FootNote:การเคลื่อนไหว มวลชน ยุคใหม่ ปรากฏการณ์ #ย้ายประเทศฯ
ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขยับจะเข้าไปตรวจสอบ และจัดการกับการเคลื่อนไหวผ่าน #ย้ายประเทศกันเถอะ
ทั้งๆที่แนวโน้มก่อนหน้านี้ไม่ว่าโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกปปส. คือ ไล่ “คนเห็นต่าง” ออกนอกประเทศ
แล้วเหตุใดเมื่อมีคนไม่ต่ำกว่า 5-6 แสน แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาด้วยเชิญชวนกันผ่าน #ย้ายประเทศกันเถอะ จึงกลาย เป็นเรื่องผิด จำเป็นที่จะต้องเอากฎหมายเข้าไปจัดการ
หรือเป็นเพราะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประเมิน และสรุปว่า การแสดงออกผ่าน #ย้ายประเทศกันเถอะ เป็นเรื่องเดียวกันกับการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก”
จึงต้องหยิบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงต้องหยิบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการกำราบ
คำถามนี้ท้าทายต่อความรับรู้ของชุมชน #ย้ายประเทศกันเถอะ ที่ทะยานเข้าสู่หลัก 6 แสนด้วยความร้อนแรงเป็นอย่างสูง
ต้องยอมรับว่า แม้การชุมนุมมวลชนเรือนหมื่นเรือนแสนอย่างที่ “เยาวชนปลดแอก” หรือ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เคยจัดและร่วมกันจัดตลอดปี 2563 อาจมีอุปสรรค
เนื่องจาก 1 แกนนำอย่าง เพนกวิน รุ้ง ถูกรวบตัว ประสานเข้ากับ 1 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด
แต่ปรากฏการณ์ที่ตามมาก็คือ ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นแพลทฟอร์มอย่างเฟซบุ๊d ไม่ว่าจะเป็นแพลทฟอร์มอย่างคลับเฮาส์
ปรากฎว่า #ย้ายประเทศกันเถอะ มีคนเข้าร่วมทะลุ 6 แสนเพียง 3 วัน ปรากฏว่าการออกผ่านคลับเฮาส์ของ โทนี วู้ดซั่ม มีคนติดตามรับฟัง “เรือนแสน”
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งหน่วยควบคุมฝูงชนเข้าจัดการ ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสกัดไม่ให้คนเข้าร่วม
จากนี้จึงเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า การเคลื่อนไหวมวลชนในห้วงเดือนเมษายนต่อเนื่องพฤษภาคม เป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมและปราศรัยผ่าน “โซเชียลมีเดีย”
ก่อให้เกิด #ย้ายประเทศกันเถอะ ก่อให้เกิด #นายกในดวงใจขึ้นมาจนติดอันดับเทรนด์ของ “ทวิตเตอร์” อย่างรวดเร็ว