FootNote:รอยร้าว พลังประชารัฐ ณ กทม.สะท้อนผ่าน พื้นที่ “คลองเตย”
การแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่เขตคลองเตย สะท้อนให้เห็นความอ่อนไหวในการสัประยุทธ์ทางการเมืองอย่างละเอียดอ่อน
ไม่เพียงระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับเครือข่าย “เพื่อไทย”
หากที่ละเอียดอ่อนและมากด้วยความอ่อนไหว ยังเป็นระหว่างคนของพรรคพลังประชารัฐ เพียงแต่ต่าง “สาย” และต่าง “มุ้ง” ในทางการเมืองเท่านั้น
รูปธรรมแห่งความขัดแย้งสัมผัสได้จาก “ปฎิกิริยา” ในการฉีดวัคซีนในแต่ละจุดของคลองเตย
แรกสุดก็เป็นความไม่พอใจของ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ต่อการเข้าไปมีบทบาทในการจัดระบบ แบ่งบัตรคิวของที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.
และเมื่อ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐรายนี้อยู่ใต้ร่มธงอันแข็งแกร่ง ของ “กลุ่มดาวฤกษ์” จึงมีกระบอกเสียงออกมาประสานอย่างคึกคัก
ฟ้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักว่ามีเส้นสนกลในอันเป็น “วาระซ่อนเร้น” อย่างไรในการฉีดวัคซีนและการจัดการปัญหาโควิดในคลองเตย
ปฏิกิริยาจากภายในพรรคพลังประชารัฐอาจไม่แจ่มชัดและตรงไปตรงมา แต่พลันที่กรณีนี้ตกไปอยู่ในมืออันเป็นเครือข่ายของ พรรคเพื่อไทย
ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเดิมผ่านอดีตพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายใหม่ผ่านพรรคไทยสร้างไทย
ด้านหนึ่งก็ชี้ออกมาอย่างชัดเจนถึงการวางเครือข่ายเพื่อทอดไปสู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และสก.ในอนาคตอันใกล้ ด้านหนึ่งก็เน้นให้ตระหนักถึงความเป็นจริงของ “วัคซีน”
นั่นก็คือ มิได้เป็นวัคซีนอันเป็นสมบัติส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
ตรงกันข้าม เป็นวัคซีนอันได้มาจากภาษีของประชาชน
คำว่า “ภาษีกู” ซึ่งเคยดังกึกก้องในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวของเยาวชนนับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 จึงหวนกลับมาเป็นอาวุธในทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม 2564
สะท้อนธงทาง “ความคิด” ที่กลายเป็นปฏิบัติทาง “การเมือง”
ไม่ว่าจะเป็นในปริมณฑลของ “วัคซีน” ไม่ว่าจะเป็นปริมณฑลของการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.” ล้วนหนีไม่พ้นไปจาก “ภาษีกู”
นี่คือการเลื่อนไหลในทาง “ความคิด” ในทาง “การเมือง”