FootNoteสถานการณ์ โควิด และวัคซีน ปัจจัยชี้ อนาคต ของ “รัฐบาล”
ปฏิบัติการโยนหินถามทางต่อแนวโน้มที่อาจจะเกิดสถานการณ์ซึ่งนำไปสู่”การยุบสภา”จาก นายวิษณุ เครืองาม ได้ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมายในทางการเมือง
เป็นทั้งคำถามถึง “ความเป็นไปได้” และคำถามถึงความเป็น “ไม่ ได้” พอๆกับคำถามว่าเหตุใดจึงต้องออกมาพูด
หากมองจากสถานะของ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานทางกฎหมาย การพูดของ นายวิษณุ เครืองาม ก็อยู่บนพื้นฐานในทางกฎหมาย
เพราะถ้าหากกฎหมายสำคัญไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนดที่เสนอโดยรัฐบาล ไม่ผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมรัฐสภา รัฐบาลก็ต้องพิจารณาตนเอง
หนทางเลือกของรัฐบาลจึงหากมิใช่เป็นการยื่นใบลาออกของนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นการตัดสินใจยุบสภาตามอำนาจที่มีอยู่
ไม่ว่าร่าง “งบประมาณ” ไม่ว่าพระราชกำหนด “กู้เงิน”
เป็นกฎหมายสำคัญมีความสัมพันธ์กับการหาเงินและใช้เงินจึงย่อมชี้เป็นชี้ตายให้กับอนาคตของรัฐบาล
ข้อน่าสังเกตจากการแถลงของ นายวิษณุ เครืองาม อยู่ที่มีการเน้นและให้น้ำหนักไปยัง”การยุบสภา” โดยมิได้กล่าวไปถึงการลาออกของนายกรัฐมนตรี
จึงถูกมองจากนักสังเกตการณ์ทางการเมืองว่าน่าจะเป็นการขู่มากกว่าต้องการให้เป็นไปเช่นนั้นจริงๆ
และการขู่ในที่นี้ก็เป็นการขู่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง
เนื่องจากความเป็นจริงของจำนวน ส.ส.ในปัจจุบันถือได้ว่าของพรรคร่วมรัฐบาล 20 พรรคมีเหนือกว่าจำนวนของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างชนิดขาดลอย
หากจะกลายเป็นปัญหาก็น่าจะมาจากภายในของรัฐบาล
ความหมายในที่นี้จึงหมายความว่าเป็นการขู่พรรคภูมิใจไทย เป็นการขู่พรรคประชาธิปัตย์มากกว่า
แม้โดยการแสดงออกต่อสาธารณะยังไม่มีทีท่าใดบ่งบอกว่า ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเบี้ยวหรือปฏิเสธต่อร่าง กฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล
กระนั้น ก็ปรากฏสภาวะอันอาจถือได้ว่า”ไม่แน่นอน”ดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์โควิด สถานการณ์วัคซีน
ตรงนี้ต่างหากที่กลายเป็นความหวาดระแวงต่อกันและกัน