FootNote:จังหวะก้าว ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากด้วยประสบการณ์การเมือง
ระยะเวลาเพียง 1 เดือนในสถานะรักษาการในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทรงความหมายเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดอยู่ที่สามารถสร้าง “ความต่าง” ไปจากการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หรือไม่
ประสบการณ์และความจัดเจนย่อมเตือนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตระหนักในแต่ละก้าวย่างของตน ว่าไม่ควรผลีผลามโดยเด็ดขาด
การเข้าไปจัดการต่อกระบวนการจัดวางกำลังพล ไม่ว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าในแต่ละส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม มากด้วยความละเอียดอ่อน
เพราะมีตำแหน่งระดับ “บนสุด” วางอยู่อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการตรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการในบางเหล่าทัพ ล้วนอยู่ในแสงแห่งสปอตไลต์
เพียงเห็นภาพการเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในทุกจุดอันเป็นสัญลักษณ์แห่ง “บ้านป่ารอยต่อ” ก็เด่นชัดยิ่งว่าศูนย์แห่งอำนาจได้ย้ายเปลี่ยนไปอย่างไร
คำถามอยู่ที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะบริหาร “อำนาจ” ชั่วคราวที่อยู่ในมืออย่างไร
รูปธรรมแห่งการบริหารอำนาจที่เด่นชัดอย่างที่สุด ก็คือการสร้างสถานะแลความหมายของ “บูรพาพยัคฆ์” ให้กลายเป็นขุมพลังอันมากด้วยแรงสะเทือน
เริ่มจากจุดเล็กๆต่อ ร.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ต่อ ร.ต.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อหลายสิบปีก่อน
เริ่มจากกรมทหารราบที่ 2 ทะยานไปยังกองพลทหารราบที่ 2 ทะยานไปยังกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ทะยานไปยังกองทัพภาคที่ 1 จากนั้นคือผู้บัญชาการทหารบก
เป็นเส้นทางที่มีจุดเริ่มจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามมาด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่คือบทเรียนแห่งอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
มีความเห็นจากบางส่วนคล้ายกับว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเผด็จศึกและเข้ายึดครองทุกอย่างในห้วงเวลาอันสั้นจาก 1 เดือนที่อยู่ในสถานะรักษาการ
เป็นความเห็นที่ไม่เข้าใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่เพียงรอบรู้ต่อโครงสร้างทางการทหาร หากยังเจนจัดในกระบวนท่าทางการเมือง
รู้ดีว่ากระบวนการ “หว่านพืช” จำเป็นต้องรอคอย “ผล” ตามมา