เหตุการณ์นายศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียน เข้าแจ้งความดำเนินคดีนักแสดงทอล์กโชว์เดี่ยวไมโครโฟน กรณีพาดพิงผู้นำรัฐบาล และเครือข่ายอำนาจ

โดยกล่าวหามีลักษณะส่งเสริมให้บุคคลร่วมชุมนุมสาธารณะที่ผิดกฎหมาย อาจขัดต่อความมั่นคงของรัฐ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น และหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นต้น

แต่ระหว่างให้สัมภาษณ์กลุ่มผู้สื่อข่าวนั้น เกิดเหตุผู้ชายคนหนึ่งตรงเข้ามาทำร้ายร่างกาย อ้างต้องการสั่งสอน เพราะไม่พอใจนักร้องเรียนคนดังกล่าวที่ร้องเรียนเอาผิดทุกเรื่อง

ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไร แต่เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งฝ่ายผู้ร้องเรียนเอาผิดทุกเรื่อง และฝ่ายที่ไม่พอใจแล้วเลือกใช้ความรุนแรง

ช่วงหลายปีมานี้สังคมต่างรับทราบกันเป็นอย่างดี กลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งมีพฤติกรรมเคลื่อนไหวนำเรื่องร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ แจ้งความดำเนินคดีฝ่ายต่อต้านเครือข่ายอำนาจ ขั้วตรงข้ามทางการเมือง หรือกลุ่มคนเห็นต่างทางความคิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 มีเรื่องร้องเรียนต่างๆ จำนวนมาก กล่าวหากันถึงขนาดล้มล้างการปกครอง ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิบุคคลทางการเมือง รวมไปถึงเรื่องเล็กน้อย ไม่มีแก่นสารที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ก็ไม่ยกเว้น

อีกทั้งยังมีการฟ้องร้องที่เกินกว่าเหตุ อาทิ มาตรา 112 มาตรา 116 หรือพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นต้น มีนักศึกษา กลุ่มกิจกรรม และประชาชนถูกดำเนินคดีจำนวนมาก

นอกจากหลายเรื่องร้องเรียนที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมแล้ว ยังขยายไปสู่การบ่มเพาะความเกลียดชัง จนพัฒนาไปสู่ความรุนแรง

กรณีล่าสุด แม้จะมีประชาชนส่วนหนึ่งพึงพอใจ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดีแต่อย่างใด ไม่ควรสนับสนุน หรือเห็นด้วยกับความรุนแรงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต่อร่างกาย ทรัพย์สิน รวมไปถึงทางความคิดด้วย

ดังนั้น ทั้งรัฐและสังคมจะต้องร่วมกันขบคิด จะมีวิธีการ หรือกระบวนการอย่างไร เพื่อหยุดสกัดการร้องเรียนที่ไม่เกิดประโยชน์เป็นแก่นสาร หยุดการแจ้งความเอาผิดที่เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะประชาชนต่อประชาชนด้วยกันเอง

หรือจะมีมาตรการ รวมไปถึงการแก้กฎหมาย หรือกฎระเบียบ ที่จะส่งผลให้การร้องเรียนที่ไม่เป็นสาระ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และเกินเลยจากความเป็นจริงให้ทำได้ยากขึ้น

ทั้งหลายเหล่านี้จะนำไปสู่การช่วยลดความขัดแย้ง ความเกลียดชัง การยั่วยุ และความรุนแรง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน