FootNote:เหตุผล สามมิตร เลือกประวิตร และเมิน ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การตัดสินใจของกลุ่มสามมิตรที่นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งทั้งต่อ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
สะท้อนความมั่นใจต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สูงกว่าต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้ว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนดำรงอยู่บนสถานการณ์ที่ได้เปรียบเหมือนกัน ภายใต้สถานการณ์ “รัฐธรรมนูญนี้ DESIGN เพื่อพวกเรา”
เพียงแต่กลุ่มสามมิตรที่นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประเมินว่าการบริหารโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นผลดีต่อกลุ่มของตนมากกว่า
ยิ่งเมื่อมองเข้าไปภายในองค์ประกอบของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่วางน้ำหนักอยู่ที่บรรดาผู้อาวุโสจากพรรคประชาธิปัตย์ และจากบางส่วนของพรรคพลังประชารัฐ
ความมั่นใจของกลุ่มสามมิตรมีน้ำหนักอยู่กับพรรคพลังประชารัฐมากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ อยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หมายถึงโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สร้างพันธมิตร ได้มากกว่า
บทบาทระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับการประเมินจาก 2 ห้วงเวลาอันทรงความหมาย ยิ่งในทางการเมือง
1 ย่อมเป็นระยะหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 และ 1 ระยะหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
ความเด่นชัดอย่างยิ่งก็คือ บทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในสถานะอันเป็น “ผู้จัดการ” รัฐบาล กรุยและสร้างทางสะดวกให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รูปธรรมก็คือการบริหารงานการเมือง การสร้างสายสัมพันธ์กับนักการเมืองผ่านพรรคพลังประชารัฐ เพื่อค้ำยันเสถียรภาพให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความมั่นใจนี้เป็นความมั่นใจจากผลสะเทือนการปฏิบัติ
หลักประกันที่สำคัญก็คือ กลุ่มสามมิตรประเมินบทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าจะสามารถสร้างพันธมิตรได้อย่างกว้างขวาง
ไม่เพียงแต่ต่อพันธมิตรเดิมที่เคยร่วมรัฐบาลกันมา 4 ปี
หากที่สำคัญยังเป็นความสามารถในการสร้างพันธมิตรแม้กระทั่งกับพรรคเพื่อไทยและบางส่วนของพรรคฝ่ายค้าน
นี่คือจุดแข็งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ