ถนนการเมืองทุกสายมุ่งสู่วันที่ 13 กรกฎาคม ตามที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา กำหนดให้เป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา ประกอบด้วยส.ส. 500 คน ส.ว. 250 คน เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ส.ส. 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลนำโดยพรรคก้าวไกล 312 เสียง แสดงให้เห็นถึงการผนึกแน่นเป็นเนื้อเดียวในกระบวนการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา

แต่การผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางการเมือง จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกทั้งสองสภา ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือ 376 เสียง

กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่กระบวนการประชาธิปไตยในรูปแบบปกติ แต่ขั้นตอนนี้ ส.ว.มีส่วนสำคัญอย่างมาก แม้ 250 คนจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม

พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรค 312 เสียง ยังคงต้องการอีกอย่างน้อย 64 เสียงในการโหวตส่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ด้วยเหตุที่ต้องเอาอนาคตฝากไว้กับส.ว. ทำให้การเมืองเกิดความไม่แน่นอน เนื่องจากในกลุ่มส.ว.เสียงได้แตกออกเป็นสองแนวทางคือ หนุนพิธา กับไม่หนุนพิธา ฝั่งยืนยันไม่โหวตให้นายพิธา ซึ่งมีจำนวนสัดส่วนมากกว่า ให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม กรณีนโยบายผลักดันแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112

ขณะที่ส.ว.ฝ่ายหนุนมองว่า นโยบายแก้ไขมาตรา 112 นั้น นายพิธาไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว หรือก้าวไกลพรรคเดียว เพราะต้องเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ถ้าเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญก็เชื่อว่าสมาชิกสภาจากพรรคอื่น ไม่มีทางให้ร่างกฎหมายผ่านไปได้

8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลแสดงจุดยืนอย่างมั่นคงในการเดินหน้าผลักดันนายพิธา เป็นนายกฯ

พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังส.ว. ให้ใช้บรรทัดฐานดุลพินิจเดียวกับเมื่อปี 2562 ที่ได้ประกาศไว้ว่าถ้าใครรวมคะแนนเสียงได้เกิน 251 เสียง ก็จะโหวตสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี ตามกระบวนการที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา

หากกระบวนการในรัฐสภาดำเนินไปแบบไม่ปกติ ก่อให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ก็จะกระทบกับหลายส่วน ไม่ว่าประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่กำลังรอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ความเดือดร้อนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าภาคธุรกิจการค้า การลงทุน ที่รอดูทิศทางการเมืองด้วยความกังวล

การคลี่คลายความกังวลนี้มีทางเดียวคือ การโหวตเลือกนายกฯ จะต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ดำเนินไปตามผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน