FootNote พัฒนา ตำแหน่ง รองประธาน กลายเป็น ประเด็น สาธารณะ

เพียง 1 วันภายหลังเดินทางกลับจากการไปดูงานที่สิงคโปร์ คำชี้แจงโดยละเอียดตามแผนงานในแต่ละวันของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ก็ปรากฏต่อรัฐสภาและต่อประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ “การใช้จ่าย” ที่เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นในรายละเอียดบางอย่างที่ถูกครหาเพื่อทำให้เสียหาย

ภายในแต่ละรายละเอียดอันปรากฏผ่านการชี้แจงและอธิบายในส่วนของงบประมาณ ในส่วนของการใช้จ่ายที่เป็นจริงเป็นเรื่องในทางสถิติเป็นเรื่องของตัวเลข

ขณะเดียวกัน ในกรณีอันเกี่ยวกับการไปเยี่ยมและสนทนากับผู้ใช้แรงงานไทยในสิงคโปร์แล้วมีการร่วมกินเบียร์ และถูกบิดเบือนว่าเดินทางไปร่วมงานคราฟท์เบียร์ก็อาจจะเป็นเรื่องความเชื่อ แม้จะมีการอธิบายก็อาจจะยังไม่เห็นด้วย

กระนั้น ภายในแต่ละคำชี้แจงอันออกมาจาก นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจโดยพื้นฐาน หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือวิธีการทำงานที่มีความโปร่งใส

ความโปร่งใสต่างหากคือเป้าหมายอย่างแท้จริงในการไปศึกษาและดูงานรัฐสภาที่สิงคโปร์

การรายงานต่อ “สาธารณะ” จึงเป็นรูปธรรม เป็น “ผลงาน”

ต้องยอมรับแนวทางของพรรคก้าวไกล แนวทางของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ตั้งแต่แสดงเจตจำนงที่จะเข้ามาทำงานรัฐสภา คือความต้องการเห็น “รัฐสภาโปร่งใส” เกิดขึ้นในทางเป็นจริง

แม้จะเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถเข้าดำรงตำแหน่ง “ประธาน” แต่ก็เต็มใจที่จะเข้าดำรงตำแหน่ง “รองประธาน”

บทบาทของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1” จึงสร้างความแตกต่างเป็นอย่างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานรัฐสภาในอดีต

ไม่ว่าจะเป็นการนำเอา “งบรับรอง” ในตำแหน่ง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1” มาเป็นการรับรอง “พนักงาน” ทำความ สะอาดตึกรัฐสภาท่ามกลางเสียงวิพากษ์โดยรอบด้าน

ไม่ว่าจะเป็นการจัดระบบการประชุมและสร้างมูลค่าเรียกเร้าความสนใจต่องานของรัฐสภาให้กลายเป็นรัฐสภา “ใหม่”

แม้กระทั่งเมื่อต้องประสบกับความขัดแย้งอันเป็นรายละเอียดต่อ บทบาทของพรรคก้าวไกลในตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” และต่อบท บาทส่วนตนในตำแหน่ง “รองประธาน”

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ก็ยกระดับเป็นประเด็น “สาธารณะ”

นั่นก็คือ การอยู่ในตำแหน่ง “รองประธาน” มิได้เป็นการอยู่เพื่อประโยชน์ส่วนตน และการไม่อยู่เพื่อประโยชน์ของพรรค หากแต่คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐสภา ประโยชน์ของสังคม

การจะอยู่ในตำแหน่งการจะอยู่ในพรรคก้าวไกลของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา จึงกลายเป็นประเด็น “สาธารณะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน