FootNote รำลึก พฤษภาคม 2553 คำถาม ต่อนปช. เพื่อไทย
การจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์การล้อมปราบเพื่อสลายการชุมนุมในทางการเมืองที่ราชประสงค์ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม นี้ทรงความหมายเป็นอย่างสูง
เนื่องจากเป็นการจัดภายใต้สถานการณ์ที่ “นปช.” มิได้ดำรงอยู่อีกต่อไปแล้วในทาง “การจัดตั้ง”
แม้จะยังมีชื่อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ดำรงอยู่ในฐานะประธาน แม้จะยังมีชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ดำรงอยู่ในฐานะเลขาธิการ
โดยมี นายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ และ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ดำรงอยู่ในฐานะที่ปรึกษาเนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานมาก่อนก็ตาม
ขณะเดียวกัน การที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอันเป็นสภาพการณ์เหมือนกับหลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 หลังการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และหลังการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550 และหลังการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 ยิ่งทำให้การจัดงานดำรงอยู่ในลักษณะพิเศษ
คำถามก็คือ การจัดงานรำลึกในเดือนพฤษภาคมจะเหมือนกับการจัดงานรำลึกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาหรือไม่
คำถามนี้จะได้คำตอบในวันที่ 19 พฤษภาคม
ปมเงื่อนอยู่ที่ไม่เพียงแกนนำที่เคยมีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ว่าในเดือนเมษายน 2552 ไม่ว่าในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จะปรับจูนความรู้สึกของตนอย่างไร
เมื่อผ่านการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 เมื่อผ่านการก่อรูปของรัฐบาลเมื่อเดือนสิงหาคม กันยายน 2566
โดยเฉพาะการจับมือร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนจากภายใน 250 สมาชิกวุฒิสภา
นี่คือปัจจัยอันแหลมคมที่ทะลวงเข้าไปในโครงสร้างและความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เคยมีระหว่างนปช.กับพรรคเพื่อไทยอย่างทรงพลังยิ่ง
เพราะได้ก่อให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าชำระเหตุการณ์ในอดีตออกมาอย่างไร
โดยเฉพาะความจริงในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
สายตาของสังคมจึงมิได้มองไปยัง นายจตุพร พรหมพันธุ์ มิได้มอง ไปยัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
หากแต่ยังมองไปยัง “รัฐบาลพิเศษ” ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย
หากแต่ยังมองไปยังความสัมพันธ์อันดำรงอยู่อย่างเปราะบางยิ่งระหว่าง “คนเสื้อแดง” กับพรรคเพื่อไทยว่าจะแนบแน่นและรักษาเจตจำนงเดิมเมื่อปี 2553 อยู่หรือไม่
ความเป็นจริงที่จะปรากฏในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม นั่นแหละจะเป็นคำตอบอันเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในทางการเมือง