FootNote แปร ความขมขื่น เป็น “พลัง” รัฐธรรมนูญ ฉบับ ประชาชน
แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย 10 ปีที่ผ่านไป จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 “ยุติวงจรรัฐประหารด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ที่ออกมาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ได้รับความสนใจอย่างสูง
สะท้อนจุดยืนและเจตจำนงอันแน่วแน่ เด่นชัด พรรคเพื่อไทย อันสืบทอดและต่อเนื่องจากพรรคไทยรักไทยอย่างองอาจ
เป็นจุดยืนจากประสบการณ์และความจัดเจนโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่มีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มและทำลายรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่ได้อำนาจมาบนพื้นฐานแห่งการเลือกของประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ที่มีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มและทำลายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ได้อำนาจมา บนพื้นฐานแห่งการเลือกของประชาชน
เด่นชัดยิ่งว่าการที่พรรคเพื่อไทยต้องจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ มิได้เป็นไปด้วยความเต็มใจหากแต่อยู่ในภาวะจำยอม
เป็นภาวะจำยอมเนื่องแต่ความจำกัดจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บีบให้จำเป็นต้องเลือกด้วยความขมขื่น
คำมั่นว่าด้วย “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” จึงเป็นทางออก
มองผ่าน “แถลงการณ์” สะท้อนให้เห็นถึงความขมขื่น ความไม่พอใจอันดำรงอยู่ตั้งแต่บรรทัดแรกกระทั่งบรรทัดสุดท้ายที่มีต่อรัฐประหารและขบวนการรัฐประหาร
เป็นความขมขื่นที่พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องกลับคำกระทั่งถูกมองว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลบนฐานแห่งการ “ตระบัดสัตย์”
เป็นความขมขื่นที่ทำให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอันเกิดขึ้นตั้งแต่ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 แตกต่างไปจากรัฐบาลยุคพรรคไทยรักไทย ไปจากรัฐบาลยุคพรรคพลังประชาชน
ที่เด่นชัดว่าไม่ว่าจะดำเนินนโยบายอะไรก็ล้วนถูกสกัดขวาง
จากภายในไม่ว่าจะมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคภูมิใจไทย
แม้กระทั่งการปรับคณะรัฐมนตรีที่มาดหมายจะสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นแต่ก็ต้องประสบกับอุปสรรคเป็นลำดับ
เท่ากับท้าทายต่อการดำรงอยู่ของ “รัฐบาลพิเศษ” อย่างยิ่ง
ในทางรูปแบบพรรคเพื่อไทยอาจอยู่ในสถานะแกนนำของรัฐบาลแต่ในทางเนื้อหาพรรคเพื่อไทยก็มิอาจบริหารได้โดยราบรื่น
ไม่ว่าบทบาทของ “วุฒิสภา” ไม่ว่าบทบาทของ “องค์กรอิสระ”
เจตจำนงในการผลักดัน “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” จึงเป็นเจตจำนงที่เหมือนกับเป็น “สัญญาประชาคม” ที่พรรคเพื่อไทยยืนยันอีกครั้งหนึ่งในวาระ 10 ปีแห่งรัฐประหาร 2557
คำมั่นอันเป็น “สัญญาประชาคม” นี้จึงอยู่ที่การลงมือทำอย่างจริงจังผ่าน “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ในอนาคตอันใกล้