FootNote เพื่อไทย และบทเรียน ในอดีต ไทยรักไทย กับ พลังประชาชน
สถานการณ์ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเผชิญประสบ ณ วันนี้ ดำเนินไปในลักษณะคล้ายกับที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย รัฐบาลพรรคพลังประชาชน เคยเผชิญ มีทั้งความเหมือนและความต่าง
เหมือนตรงที่เป็นการรุกจากอีกกลุ่มที่เพิ่งสูญเสียอำนาจและต้องการได้อำนาจ
เหมือนตรงที่แม้พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล แต่อำนาจอันมีพื้นฐานมาจากการเลือกตั้งก็แตกต่างไปจากอำนาจที่เคยอยู่ในมือของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
เพราะว่าอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่ได้มาจากการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นอำนาจที่ประชาชนมอบผ่าน 377 จากทั้งหมด 500 คน
เพราะว่าอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน แม้จะได้เพียง 230 แต่ก็ครองฐานะเป็นพรรคอันดับ 1 ที่ได้รับเลือกจากประชาชนในเดือนธันวาคม 2550
พรรคเพื่อไทยในวันนี้อาจแตกต่างไปจากพรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 และดำรงอยู่ใกล้เคียงกับ พรรคพลังประชาชนมากกว่าพรรคไทยรักไทย
แต่ทั้งหมดล้วนถูกรุกจาก “อำนาจ” บนฐานแห่ง “รัฐประหาร”
จุดต่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การเคลื่อนไหวรุกและกดดันต่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทย มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นกองหน้าและดำรงอยู่ในลักษณะปูทาง สร้างเงื่อนไข
เมื่อทุกอย่างสุกงอมอำนาจที่อยู่เบื้องหลังก็ปรากฏผ่านการยึดอำนาจด้วยวิธีการรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549
กรณีการเคลื่อนไหวในลักษณะรุกและกดดันต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในวันนี้อาจแตกต่างในรายละเอียดไปจากก่อนรัฐประหาร เมื่อเดือนกันยายน 2549 ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อยู่บ้าง แต่ใกล้เคียงกับกรณีของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน
กรณีรัฐบาลพรรคพลังประชาชนบทบาทยังเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุนแรงถึงขั้นยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบิน แต่ที่สุดแล้วก็จบลงด้วยกระบวนการตุลาการภิวัฒน์
นั่นคือการยุบพรรคพลังประชาชน อันนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนธันวาคม 2551
หากมองจากพรรคเพื่อไทยอันเป็นความต่อเนื่องของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ย่อมเห็นอย่างเด่นชัด
แม้จะสามารถตกลงกันได้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2566
กระนั้น ก็ยังมีการเคลื่อนไหวของ 40 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” อันสะท้อนสายสัมพันธ์กับอำนาจของคสช.และระบอบที่ยึดโยงอยู่กับ “รัฐประหาร” ไม่ว่าเมื่อปี 2549 ไม่ว่าเมื่อปี 2557
ประสบการณ์ของพรรคไทยรักไทย ประสบการณ์ของพรรคพลังประชาชน คือบทเรียนให้พรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน