FootNote ผลการประชุม กรรมการเลือกตั้ง คำถามต่อ รัฐธรรมนูญ และสว.
ถามว่าเป้าหมายและความต้องการอย่างแท้จริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการประชุมอย่างเต็มรูปในวันที่ 7 มิถุนายน คืออะไร
คำตอบเดียว ความต้องการเดียว คือต้องการยุติปัญหาที่ดำรงอยู่ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือก 200 สมาชิกวุฒิสภา
กระนั้น หากประเมินจากสภาพและรายละเอียดของปัญหาอันปะทุขึ้นและดำเนินไปในลักษณะที่เป็นการแพร่กระจายสังคมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าผลจะเป็นอย่างที่ต้องการ
เนื่องจากปัญหาอันสัมพันธ์กับการสมัครที่ปะทุขึ้นในระดับอำเภอซึ่งก่อให้เกิดภาพแห่งความโกลาหล ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นการฮั้ว ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นการแทรกแซงมิได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอยและว่างเปล่า
ตรงกันข้าม สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะบิดเบี้ยวอันมาจากกฎและกติกาไม่เพียงแต่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากแต่สัมพันธ์กับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอย่างแนบแน่น
ไม่ว่าคำถามที่นำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าความสงสัยต่อระเบียบอันมาจากกกต.ก็มีรากฐานมาจาก 2 ส่วนนี้
เด่นชัดว่าเป็นปัญหาที่อยู่เหนือไปจากอำนาจกกต.ชัดเจน
นับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามารับผิดชอบต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามอำนาจอันเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาก็ก่อให้เกิดองค์ประกอบ 2 องค์ประกอบขึ้น
องค์ประกอบ 1 เป็นประกาศและคำสั่งของกกต. องค์ประกอบ 1 เป็นการเข้าไปแสดงความจำนงเป็นผู้สมัคร
เพราะหากไม่เป็น “ผู้สมัคร” ก็ไม่มีสิทธิใน “การเลือก”
คำถามอยู่ที่ว่าข้อมูลที่ตกไปอยู่ในมือของ นายสมชาย แสวงการ ข้อมูลที่ตกไปอยู่ในมือของ นายสมชาย ศรีสุทธยางกูร อันได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างมีรากฐานมาจากไหน
คำตอบที่ตรงเป้าที่สุดก็คือ เป็นข้อมูลอันได้มาจากภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยสัมพันธ์กับกระบวนการในการสมัครอย่างแนบแน่น มิได้เป็นอื่น
ข้อมูลและความเป็นจริงนี้จึงดำเนินไปเหมือนกับเป็นการระเบิดออกมาจากภายใน สะท้อนปัญหาอย่างเป็นจริง
ไม่ว่าในที่สุดแล้วมติในที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกมาอย่างไรคำถามก็ปักสู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แม้จะเป็นการเดินหน้าต่อไป แม้จะเป็นการเลื่อนออกไป
คำถามที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจึงไม่เพียงแต่พุ่งเข้าใส่กระบวนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น หากแต่ยังเป็นความกังขาต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
สร้างความชอบธรรมและความจำเป็นที่จะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็วและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ