FootNote คำประกาศ วัฒนา อัศวเหม ชัยชนะ ความรุ่งโรจน์ 2518
คำประกาศจาก นายวัฒนา อัศวเหม แม้จะเน้นการเมืองในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการอย่างเป็นด้านหลัก แต่ผลสะเทือนลึกซึ้งและกว้างขวางในลักษณะทั่วประเทศ
ดำเนินไปไม่ต่างไปจากสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ของ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อมาถึงท่าเรือบินดอนเมือง
แนวโน้มที่จะเห็นในอนาคตอันใกล้คือ กลับมาแน่นอน
แนวโน้มอันนำไปสู่บทสรุปเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะอ่านจากแต่ละความมุ่งมั่น หากแต่รูปธรรมอย่างสำคัญคือเป็นการปรากฏตัวพร้อมกับมวลชนอันเป็นขุมกำลังสำคัญ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นมวลชนจากจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งมิได้เป็นประชาชนในลักษณะทั่วไป ตรงกันข้าม ดำรงอยู่อย่างมีการจัดตั้งสามารถเรียกได้ว่าเป็น“มวลชน”ในทางการเมือง
แม้ด้านหลักของคำประกาศอาจจะจำกัดเป้าหมายอยู่ที่การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือฐานการเมืองที่ตระกูล“อัศวเหม”ยึดกุมและรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง
คำถามก็คือเป้าหมายของ นายวัฒนา อัศวเหม จะจำกัดอยู่ เพียงในระดับ“ท้องถิ่น”เท่านั้นหรือ
ต้องยอมรับว่านับแต่ นายวัฒนา อัศวเหม ต้องถูกดคี“บ้านด่าน”รุกไล่อย่างต่อเนื่องทำให้สถานะแห่ง“บ้านใหญ่”ในจังหวัดสมุทรปราการถูกลดทอนบทบาทและความหมาย
ในเบื้องต้นถูกยึดครองโดยพรรคไทยรักไทย ผ่านพรรคพลังประชาชนและผ่านมาถึงพรรคเพื่อไทย
ในเดือนพฤษภาคม 2566 ก็ถูกพรรคก้าวไกลแย่งชิงไป
กระนั้น กล่าวสำหรับการเมืองในระดับท้องถิ่นตระกูล“อัศวเหม”ก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นนายกอบจ. ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล
คำประกาศเปิดตัว“ว่าที่”นายกอบจ.จากปาก นายวัฒนา อัศวเหม จึงมิได้มีความหมายเพียงต้องการรักษาพื้นที่“เดิม” หากแจ้งชัดยิ่งว่าต้องการทวงคืนสถานะเดิมทางการเมืองอย่างครบถ้วน
คำถามอยู่ที่ว่าตระกูล“อัศวเหม”จะเลือกเส้นทางแบบใด เป็นพันธมิตรกับพรรคและกลุ่มการเมืองใดเท่านั้น
การเมืองของพรรคเพื่อไทยอาจย้อนกลับไปตั้งหลักที่การเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 แต่ตระกูลอัศวเหมย้อนไกลถึงปี 2518
เท่ากับเป็นการฟื้นคืน“คืนวันอันเลิศแต่หนหลัง”ให้กลับมา
จึงสะท้อนให้เห็นการปะทะระหว่างชุดความสำเร็จเมื่อปี 2518 กับชุดความสำเร็จเมื่อปี 2544 และชุดความสำเร็จล่าสุดเมื่อปี 2566
นี่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองอันแหลมคม เป็นการต่อสู้ระหว่างอดีตกับปัจจุบันเพื่อชี้ทิศทางแห่งอนาคต