FootNote เงาสะท้อน จาก “สมรสเท่าเทียม” พันธมิตร เพื่อไทย ก้าวไกล อบอุ่น
ภาพอันปรากฏผ่านการเฉลิมฉลองปิดท้าย “ไพรด์ มันธ์” ที่บางกะปิ ไม่ว่าจะมองผ่าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ว่าจะมองผ่าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มองเห็นความหวัง มองเห็นอนาคต
ยิ่งหากมองอย่างประเมินความหมายในการผ่านร่างกฎหมาย“สมรสเท่าเทียม” ยิ่งมองเห็นความก้าวหน้า
เป็นความก้าวหน้าซึ่งสะท้อนการเปิดกว้างของสังคมไทย
นี่เป็นเรื่องของพัฒนาการในทาง“ความคิด”ที่สัมพันธ์กับพัฒนาการในทาง“สังคม”อันส่งผลสะเทือนต่อพัฒนาการในทาง“การเมือง”อย่างล้ำลึก
แม้ความคิดคล้ายกันนี้จะเคยมีขึ้นในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 แต่ก็มีความจำเป็นต้องพับเก็บเนื่องจากสถานการณ์ทางสังคมไม่อำนวย
ต่อเมื่อพรรคอนาคตใหม่ได้นำเสนอขึ้นในห้วงแห่งการรณรงค์เลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 และขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ทั้งผ่านพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลจึงเป็นการเริ่มต้นอีก
สถานการณ์ในยุคพรรคไทยรักไทยกับสถานการณ์ในยุคพรรคเพื่อไทยเมื่อประสานเข้ากับพรรคก้าวไกลจึงได้สำเร็จ
เป็นความสำเร็จพร้อมกับความตื่นตัวในทางสังคม
ภายในความคึกคักร่าเริงบนสีหน้าของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จึงประสานเข้ากับความคึกคักร่าเริงบนสีหน้าไม่ว่าจะของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หรือแม้กระทั่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ยิ่งเมื่อเห็น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ยืนโบกธงไพรด์คู่กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยิ่งเป็นความงดงาม
นี่คือตัวแทนแห่งพรรคเพื่อไทย ตัวแทนแห่งพรรคก้าวไกล
มองผ่านภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มองผ่านภาพ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ไปยังรายละเอียดอันเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จของร่างกฎหมาย“สมรสเท่าเทียม”
ก็จะสัมผัสได้ในความงดงามแห่งการประสานผนึกพลังที่สร้างสรรค์ในทางการเมือง
ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลอย่างมีกัมมันตะ
เป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างยิ่งที่ยังมีบางกลุ่มต้องการแยกระหว่าง 2 พรรคการเมืองนี้ให้กลายเป็นอื่นต่อกันและกัน
ในทางการเมืองแต่ละพรรคการเมืองย่อมต้องต่อสู้กันและกันเนื่อง จากดำรงอยู่บนความต่างทางความคิดอยู่แล้ว
ทุกพรรคล้วนต้องการเปลี่ยนโลกไปตาม“อุดมการณ์”ของตน
นั่นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติตามปรกติในทางการเมือง แม้ในยุคที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน
น่าเสียดายที่ธรรมดาอันเป็นธรรมชาตินี้กำลังกลายเป็นของต้องห้ามกระทั่งจำเป็นต้องมาหักหาญห้ำหั่นกันราวกับเป็นศัตรู