รัฐบาลโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ความมั่นใจต่อสังคมว่าต้องมีโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต เฟสที่ 2

เนื่องจากขณะนี้ประชาชนกลุ่มที่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2567 ครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2567 มีจำนวนมากถึง 36 ล้านคน

นายพิชัยระบุว่า ในระยะถัดไปรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน เพื่อพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณที่มีอยู่ รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป

เป็นอันว่าหลังจากรัฐบาลอนุมัติโครงการเฟสแรกแล้ว ขณะนี้กำลังเดินหน้าไปสู่เฟสที่ 2

สำหรับเฟสแรกที่อนุมัติเรียบร้อยแล้วนั้น รัฐบาลจะจ่ายเงินสด 10,000 บาทต่อคน ให้กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ รวมประมาณ 14.55 ล้านราย

โดยจะเริ่มทยอยจ่ายเงินให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 25-30 ก.ย.2567 เรียงลำดับเลขหลักสุดท้ายของบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านบัญชีธนาคารที่ผูกระบบพร้อมเพย์

ขณะนี้ประชาชนกลุ่มเปราะบางดังกล่าวตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ต่างแสดงความยินดีที่โครงการเฟสแรกเดินหน้าแล้ว จึงจัดเตรียมความพร้อมด้านบัญชี และแห่ไปตรวจสอบความถูกต้องตามธนาคารต่างๆ จำนวนมาก

นับว่าเป็นไปตามที่รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาไว้ นอกจากช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพแล้ว ยังมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

แม้โครงการนี้ต้องปรับเปลี่ยนมาให้เป็นเงินสดแทนในเฟสแรก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบกว้างๆ แต่รัฐบาลก็มั่นใจว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ และกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมในช่วงปลายปี 2567 ได้อย่างรวดเร็ว

คาดว่าการที่เม็ดเงินกว่า 1.45 แสนล้านบาทลงสู่ระบบ จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.35 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ

รัฐบาลระบุว่าหลังจ่ายกลุ่มเปราะบางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะพิจารณาเปิดลงทะเบียนในกลุ่มประชาชนที่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน และเดินหน้าอีก 36 ล้านคนที่ลงทะเบียนแล้ว ซึ่งอาจจ่ายในรูปแบบเงินดิจิทัลตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่ริเริ่มโครงการ

หวังว่าการอนุมัติเฟสที่ 2 จะไม่ล่าช้าเกินไป เพราะเป็นประชาชนกลุ่มเป้าหมายใหญ่ และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงเป้ามากขึ้นด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน