กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในฐานะนายทะเบียนกลาง จัดเตรียมความพร้อม และอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ในวันที่ 23 ม.ค.2568 ตามพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567
โดยครอบคลุมพื้นที่ 878 อำเภอทั่วประเทศ พร้อมกับสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลไทยใน ต่างประเทศอีก 94 แห่ง
เพื่อรองรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIAN+ ที่เป็นคู่รักกัน หรือเป็นครอบครัวเดียวกัน สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้อย่าง เท่าเทียม เหมือนกับคู่รักตามค่านิยมดั้งเดิม
ขณะนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างคึกคัก และหลากหลายสีสัน
สํ าหรับพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ผ่านการขับเคลื่อนผลักดันมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี
ที่ผ่านมามีทั้งกระแสต่อต้านและสนับสนุน จนกระทั่งสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 พิจารณาลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเมื่อเดือนมี.ค.2567
จากนั้นอีก 3 เดือนเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา ก่อนมีมติเห็นชอบตามลำดับ แล้วประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นเวลา 120 วัน และขณะนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้แล้ว
ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ที่มีกฎหมายรองรับและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ
กฎหมายสมรสเท่าเทียมรองรับสิทธิต่างๆ ตั้งแต่การหมั้นและสมรสกันได้ระหว่างบุคคลต่อบุคคล ไม่จำกัดเฉพาะชายและหญิง ปรับอายุขั้นต่ำจาก 17 ปี เป็น 18 ปี แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ หรือผู้รับบุตรบุญธรรม
นอกจากนี้ ยังมีสิทธิได้รับมรดกหากคู่สมรส เสียชีวิต มีสิทธิและประโยชน์ตามกฎหมายอื่นๆ เช่น ยินยอมให้การรักษาพยาบาล สิทธิในเงินบำเหน็จชราภาพกรณีคู่สมรสเสียชีวิต และสิทธิการลดหย่อนภาษี เป็นต้น
วันที่ 23 ม.ค.2568 ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เนื่องจากทุกคนไม่ว่าเพศใด ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาค
เป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของสังคมไทยต่อความหลากหลาย ความเท่าเทียมเสมอภาคทางเพศ