ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส่งหนังสือตีกลับให้แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านร่วมลงชื่อเจาะจงซักฟอกเฉพาะนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว
พร้อมยืนยันว่าเงื่อนไขยังอยู่ในเวลา 7 วัน ที่ปรับปรุงได้ โดยฝ่ายค้านสามารถโต้แย้งชี้แจงกลับ ซึ่งจะต้องดูเหตุผลที่ยกขึ้นมาว่าจะยังขัดต่อระเบียบข้อบังคับของสภาอีกหรือไม่
จากนั้น ก็จะปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรอย่างละเอียดว่าจะสามารถบรรจุในระเบียบวาระให้อภิปรายได้ตามญัตติหรือไม่ หรือมีข้อติดขัดในประเด็นใดบ้าง
ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรย้ำหนักแน่นและยืนยันว่าการอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอกจะทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น และถ้าหากบุคคลนั้นๆ ได้รับความเสียหาย ผู้อภิปรายก็จะต้องรับผิดชอบเอง
สำหรับญัตติอภิปรายรัฐบาลที่เป็นปัญหา เนื่องจากเขียนระบุชื่อบุคคลภายนอกโดยตรง ซึ่งหลายฝ่ายได้ท้วงติงว่าไม่น่าจะถูกต้องและสามารถกระทำได้ ถ้าหากปล่อยไปก็จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่สุ่มเสี่ยง
ญัตติดังกล่าวระบุนายกรัฐมนตรีสมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง
อีกทั้งกล่าวหาว่าน.ส.แพทองธารประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงและพาดพิงบุคคลภายนอกชัดเจน
ทั้งนี้ จะต้องรอดูข้อโต้แย้งและเหตุผลของฝ่ายค้านว่าจะยอมปรับปรุงแก้ไขหรือยังยืนยันว่าจะใช้ญัตติเดิมในการอภิปรายนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงจะทราบผลอีกในไม่ช้า
ปัญหาเด่นชัดที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าหากฝ่ายค้านยืนยันใช้ญัตติเดิม และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ย้ำว่าจะไม่บรรจุให้ เนื่องจากจะเกิดผลกระทบอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะในทางกฎหมาย
ประเด็นต่อมา ถ้าหากยอมอะลุ้มอล่วยปล่อยไปและบรรจุให้อภิปรายได้ ความวุ่นวายในการประชุมก็จะเกิดตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะมีการประท้วงอย่างมากมาย ความวุ่นวายตามมา จนทำให้การอภิปรายไม่ราบรื่น
ประวัติศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ใช่ว่าประธานสภาจะไม่เคยสั่งให้ปรับปรุงญัตติให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ เมื่อครั้งนายอุทัย พิมพ์ใจชน ดำรงตำแหน่ง ก็เคยให้ผู้นำฝ่ายค้านแก้ไขมาแล้ว
เมื่อยินยอมปฏิบัติตามคำแนะนำ ก็ทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล อภิปรายไม่ไว้วางใจได้โดยไม่ติดขัด ครั้งนี้ก็เช่นกัน จึงหวังว่าจะสามารถหารือกัน หาทางออกที่เหมาะสม สร้างความสง่างามให้แก่สภา