ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เป็นงบขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท

การจัดสรรงบฯ 10 อันดับ เทียบกับปี 2568 พบว่างบฯ กลาง 632,968 ล้านบาท ลดลง 209,032 ล้านบาท กระทรวงการคลัง 397,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,197 ล้านบาท 3.ศึกษาธิการ 355,108 ล้านบาท เพิ่ม 14,333 ล้านบาท

4.มหาดไทย 301,265 ล้านบาท เพิ่ม 6,852 ล้านบาท 5.กลาโหม 204,434 ล้านบาท เพิ่ม 4,713 ล้านบาท 6.คมนาคม 200,756 ล้านบาท เพิ่ม 7,403 ล้านบาท 7.สาธารณสุข 177,639 ล้านบาท เพิ่ม 5,673 ล้านบาท 8.อุดมศึกษาฯ 140,300 ล้านบาท เพิ่ม 8,058 ล้านบาท 9.เกษตรฯ 130,111 ล้านบาท เพิ่ม 7,483 ล้านบาท 10.แรงงาน 68,069 ล้านบาท เพิ่ม 21.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นการจัดทำพ.ร.บ.งบฯ ครั้งแรกของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งกำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรขั้นรับหลักการ วาระแรก ในการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ 28-31 พ.ค.นี้

พรรคแกนนำรัฐบาลชี้ว่า การจัดทำกฎหมายงบประมาณครั้งนี้สำคัญมาก เนื่องจากไทยกำลังเจอกับแรงกระทบจากสถานการณ์ภายนอกและภายใน ที่ส่งผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ

รัฐบาลจึงต้องพร้อมแก้ไขปัญหา โดยงบประมาณเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาราบรื่นลุล่วงด้วยดี ภายใต้สถานการณ์โลกเปลี่ยน การดำเนินนโยบายของรัฐบาลบางเรื่องจึงอาจต้องปรับเปลี่ยนตามเพื่อให้สอดคล้อง

ขณะที่พรรคแกนนำฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาในการจัดสรรงบประมาณคือ ไม่ตอบโจทย์ประเทศในอนาคต โดยพุ่งเป้าอภิปรายเจาะลึกงบฯ ทุกกระทรวง โดยเฉพาะงบฯ ที่มีการเร่งตั้งโครงการ

พร้อมตั้งคำถามในมุมมองฝ่ายตรวจสอบว่า ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท มีการซ่อนโครงการอะไรอยู่ เพื่อใช้เป็นแต้มต่อทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่

การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่กำลังจะมีขึ้น ตีกรอบเวลาอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 20 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง และประธาน 1 ชั่วโมง

หน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลคือ ต้องอธิบายและตอบคำถามสภาให้ได้ว่า ร่างกฎหมายงบประมาณที่จัดทำขึ้น ได้วางแผนนำเงินจากภาษีของประชาชน รวมถึงรายได้จากแหล่งอื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลอย่างไร ความจำเป็นต้องลด เพิ่ม หรือปรับเปลี่ยน

เพราะสิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การทำหน้าที่ของบรรดาผู้แทนราษฎรไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการพูดเสียดสี สร้างวาทกรรม ให้ร้ายโจมตีทางการเมืองกันไปมาอย่างไร้เหตุผล

โดยต้องไม่ละเลยจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การร่วมกันทำให้งบประมาณแผ่นดินได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมโดยแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน