สังคมวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง กรณีมีผู้พบเงินสด 12 ล้านบาท บรรจุในกล่องถูกวางไว้หน้าลิฟต์ จุดทิ้งขยะของคอนโดมิเนียมเมืองทองธานี จ.นนทบุรี
จากการตรวจสอบของตำรวจ นอกจากเงินแล้ว ยังพบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และซองจดหมายมีชื่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ต่อมามีบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารเข้าแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน พร้อมชี้แจงว่าเป็นเงินเก็บตั้งแต่เป็นทนายความ เนื่องจากห้องคอนโดฯ น้ำท่วม จึงต้องเก็บขยะไปทิ้ง แต่ลืมว่าเก็บเงินไว้ในกล่อง
เป็นเหตุการณ์ที่สังคมพูดถึงกันอื้ออึง ส่วนเงิน 12 ล้าน ถูกอายัดไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดถึงที่มาที่ไปถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
สิ่งที่สังคมตั้งคำถามและสงสัยอย่างกว้างขวางคือ บุคคลที่อ้างเป็นเจ้าของเงิน มีสถานะเป็นที่ปรึกษากรรมการกสทช. และยังถูกเลือกเป็นอนุกรรมการในกสทช.หลายคณะด้วย
เมื่อตรวจสอบลึกรายละเอียดพบด้วยว่า อนุกรรมการบางคณะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลสัมปทาน และการควบรวมกิจการของบริษัทเอกชนด้านกิจการโทรคมนาคม
ยิ่งเมื่อตรวจสอบชีวิตส่วนตัวยังพบอีกว่า บุคคลดังกล่าวมีภรรยาเป็นระดับผู้อำนวยการ ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
จึงยิ่งสร้างความคลางแคลงใจต่อการเป็นเจ้าของเงิน และทำไมจึงต้องนำไปวางไว้บริเวณที่ทิ้งขยะ
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มในทางที่ดี เมื่อตำรวจพื้นที่ตั้งทีมเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ถึงที่มาเส้นทางเงิน โดยเบื้องต้นพบหลักฐานที่เจ้าของนำมาแสดงมีพิรุธ ไม่สอดคล้องกับจำนวนเงิน
ขณะเดียวกัน ตำรวจปปป. สำนักงานป.ป.ช. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็มาร่วมตรวจสอบด้วย ว่าเป็นเงินอะไร ได้มาโดยสุจริตหรือไม่
ล่าสุด ป.ป.ช.ยังพบด้วยว่า ไม่ปรากฏรายการเงินสด 12 ล้านบาทของคู่สมรส ในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของภรรยาเจ้าของเงินยื่นแสดง ดังนั้น ป.ป.ช.จึงสั่งให้ตรวจสอบเชิงลึก ว่าเป็นการจงใจไม่ยื่น หรือปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่
หวังว่าการตรวจสอบเงิน 12 ล้าน ทั้งจากตำรวจ ป.ป.ท. และป.ป.ช. จะได้ความกระจ่างชัดถูกกฎหมายหรือไม่ และต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่