น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย รักษาราชการแทนรมว.มหาดไทย ลงนามประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล ให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรไทย

โดยให้บุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรไทย และไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้ในอดีตถึงปีพ.ศ.2542

และที่สำรวจเพิ่มเติม ภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ระหว่างปี 2548-2554 และมีลักษณะตามเงื่อนไขที่กำหนดได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป

ประกาศนี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2568 เป็นต้นไป

สำหรับประกาศดังกล่าวได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติ และสถานะบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานาน

โดยกฎเกณฑ์ใหม่จะให้ระยะเวลาดำเนินการให้สถานะบุคคล ลดจากจำนวนวันที่จากเดิมคือ 270 วัน เหลือเพียง 5 วันเท่านั้น สำหรับการดำเนินการเพื่อให้ได้สถานะบุคคล

ครอบคลุมบุคคลที่อพยพเข้ามาประเทศไทยก่อนปี 2542 และได้ทำทะเบียนประวัติไว้แล้ว รวมถึงบุตรของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งรวมแล้วมีประมาณกว่า 4 แสนคน

หมายความว่าบุคคลจำนวนนี้จะได้รับสัญชาติไทย มีบัตรประชาชนประจำตัวยืนยัน จะได้รับความเท่าเทียมด้านสวัสดิการต่างๆ

การแก้ไขปัญหาสัญชาติครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2567 ในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขับเคลื่อนเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปรากฏว่าได้รับการชื่นชมจากองค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

ต้องยอมรับความจริงที่ว่าประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ บุคคลชายขอบ หรือตามแนวชายแดน ที่ยังตกสำรวจอีกจำนวนมาก เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทั้งที่ในความเป็นจริงกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาการโดยรวมในหลายๆ ด้านของประเทศ

ดังนั้น การเร่งรัดเพื่อแก้ปัญหาสถานะบุคคล การได้มาซึ่งสัญชาติไทย ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและสนับสนุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน