ผ่านระยะเวลาเกินกว่า 1 ปีแล้ว ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเรื่องคัดค้านหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หลังประกาศผลเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567
ตามเส้นตายที่กำหนดการทุกอย่างจะต้องสรุปเสร็จสิ้นและยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาภายในวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
แต่กลายเป็นว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ด้วยเหตุปัจจัยอะไร องค์กรอิสระที่พิจารณาเรื่องนี้ ไม่ได้แถลงต่อสาธารณชนให้ทราบ ทั้งๆ ที่ควรดำเนินการ
ล่าสุดมีเรื่องที่น่ายินดีที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเลือกสมาชิกวุฒิสภาเสร็จสิ้นแล้ว และส่งสำนวนพร้อมหลักฐานพร้อมพฤติการณ์โดยละเอียด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาวินิจฉัยชี้มูลต่อไป
ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการชุดนี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนพิเศษร่วมพิจารณาด้วย ได้ออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาต่อสมาชิกวุฒิสภา บุคคล กรรมการบริหารพรรคการเมือง และผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
ตามข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 70 ประกอบ มาตรา 36 มาตรา 77(1) และมาตรา 62 ซึ่งกกต.ได้สั่งให้ดำเนินการไต่สวนเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ได้เข้าชี้แจงครบถ้วนทุกคนแล้ว ซึ่งบางรายที่ไม่มาชี้แจงก็ถือว่าไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์ จึงเสียโอกาสที่จะปกป้องตนเองไปโดยปริยาย
สำหรับมติของอนุกรรมการได้เสนอให้ส่งฟ้องดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน 138 ราย และบุคคลเกี่ยวข้องส่วนใหญ่สังกัดพรรคการเมืองชื่อดังอีก 91 ราย
บุคคลภายนอกในจำนวน 91 คนนี้ มีรายชื่อผู้บริหารพรรคการเมือง พร้อมเครือข่ายที่ร่วมกระทำความผิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรี รวมถึงบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วย
จากนี้ไปเมื่ออนุกรรมการส่งสำนวนพร้อมพยานหลักฐาน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา เมื่อเห็นชอบตามนั้น ขั้นตอนต่อจากนี้ ก็จะต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตามกระบวนการ
เมื่อศาลรับฟ้องและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสิน จะมีผลให้สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 138 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ขณะเดียวกัน ผู้ถูกฟ้องบางคนซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน
ดังนั้น จึงหวังว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อได้รับสำนวนและข้อสรุปของคณะอนุกรรมการที่เสนอขึ้นมา จักต้องรีบดำเนินการประชุมเพื่อชี้มูลโดยเร็ว เนื่องจากเงื่อนเวลาที่วางไว้ล่วงเลยจนนานเนิ่นเกินไปแล้ว