ลาสิกขาไปอีกราย พระราชาคณะสมณศักดิ์ชั้นธรรม ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงกับมาตุคามที่เกี่ยวกับกรณีก่อนหน้านี้ แต่เป็นอธิกรณ์ใหม่ คบหาฉันสามีภรรยากัน และเกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวนมาก

ระหว่างนั้น มีข่าวที่สร้างความสับสน เพราะการให้ข้อมูลที่กำกวม ทำให้การตีความว่ามีสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ เจ้าคณะรองเข้าไปเกี่ยวข้อง สร้างความมัวหมองต่อพระเถระเหล่านั้น เพราะการคาดเดาไปต่างๆ นานา

สำหรับกรณีอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ต้องแยกเป็นสองส่วน ประกอบด้วยความผิดส่วนตัว เพราะมีข้อมูลค่อนข้างชัดว่าต้องปฐมปาราชิกมาแล้วเป็นเวลานาน แต่ยังขาดหิริโอตตัปปะที่จะสละผ้ากาสาวพัสตร์ตั้งแต่แรก

อีกประการหนึ่ง ได้แก่ ข้อกล่าวหาสงสัยเกี่ยวกับเงินบริจาคสร้างพุทธอุทยาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จักต้องตรวจสอบให้ชัดเจน รวมถึงการยักยอกฟอกเงินร่วมกับผู้อื่นด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

เมื่อเร็วๆ นี้ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “วิกฤตพระพุทธศาสนา” จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและนับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ จำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

พบว่าร้อยละ 76.11 ระบุพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ตัดไม่ขาดจากทางโลก ทำให้มีข่าวฉาวเป็นประจำ เช่น เสพยาบ้า ดื่มสุรา เล่นการพนัน ยุ่งสีกา รองลงมา ร้อยละ 45.95 ระบุหลงในลาภ ยศ สรรเสริญและตำแหน่ง ร้อยละ 45.80 ระบุหลงในวัตถุนิยมหรือบริโภคนิยม

นอกจากนี้ อีกร้อยละ 40.00 ระบุออกบวชเพราะมองว่าพระคืออาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ ร้อยละ 29.16 ระบุวัดบางแห่งเป็นพุทธพาณิชย์ ร้อยละ 27.63 ระบุว่า วัดบางแห่ง มีการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่โปร่งใส เป็นต้น

ย่อมเป็นการสะท้อนภาพรวมของพระภิกษุและวัดในพระพุทธศาสนาอย่างดี จึงเป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำข้อมูลดังกล่าว ไปประกอบการพิจารณาหามาตรการแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว

ส่วนด้านความศรัทธาที่มีต่อศาสนาและพระสงฆ์ เนื่องจากกรณีข่าวอื้อฉาวขณะนี้ พบว่า ความศรัทธาในพระสงฆ์ลดลงร้อยละ 58.40 และร้อยละ 41.60 ระบุว่ายังคงมีเท่าเดิม

ขณะที่ความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา พบว่าตัวอย่าง ร้อยละ 68.55 ระบุยังมีความเชื่อมั่นแน่วแน่เท่าเดิม และร้อยละ 31.45 ระบุลดลง ซึ่งเป็นผลจากวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์

ในการประชุมมหาเถรสมาคม วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นำแนวทางการเพิ่มความเข้มงวดของจัดการบัญชีทรัพย์สินวัด รวมเพิ่มบทบาทหน้าที่หน่วยงานเข้าไปร่วมดำเนินการเข้าหารือที่ประชุมด้วย

ต้องยอมรับว่าวิกฤตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาครั้งนี้ใหญ่หลวง ส่วนหนึ่งมาจากความประพฤติเสื่อมเสีย ละเมิดสิกขาบท ตลอดจนความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการการเงินของวัด จึงเป็นโอกาสที่จะร่วมกันสังคายนาเพื่อวิวัฒน์พัฒนาที่ดีขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน