สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในขณะนี้ ส่งผลระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเพิ่มสูงขึ้น และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำ

โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านมากขึ้น รวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำอื่นที่ไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ ประกอบกับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนหลายพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม และจ.สมุทรสาคร

จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลในลำดับต่อไป

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังออกประกาศว่า จากอิทธิพลของฝนที่ตกหนักต่อเนื่องบริเวณตอนบนด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

แม้จะบริหารจัดการด้วยการทดน้ำ และนำน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งเต็มศักยภาพแล้วก็ตาม แต่ยังมีน้ำส่วนเกินที่จำเป็นต้องระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจึงมีมติเห็นชอบให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำ

พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการ 11 จังหวัดพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

จนถึงขณะนี้ก็เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่แล้ว บางจุดระดับน้ำสูงเกือบถึงหลังคา

เป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูมรสุมฝนตกหนัก และอิทธิพลของพายุ ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย และดินโคลนถล่ม ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และขณะนี้มาถึงภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ด้วยสภาพในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนรัฐบาล แม้จะมีนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ในระดับรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงยังไม่เรียบร้อยครบถ้วนอย่างเป็นทางการ จึงมีความกังวลต่อการรับมือสถานการณ์

รวมไปถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนการซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นที่ต่างๆ ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว บรรเทาผลกระทบให้ได้มากที่สุด

เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและเฉพาะกิจ ที่เมื่อได้รัฐบาลใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว จะต้องเอาใจใส่ต่อเรื่องนี้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน