​ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 ม.ค. นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า สิ่งที่ตนเคยรู้สึกว่าน่าเกลียด วันนี้ได้กลายเป็นเรื่องทุเรศ ไปแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะชี้ชะตาว่ากำลังช่วยกันทำลายบ้านเมืองหรือไม่ วันนี้ขั้วการเมืองฝ่ายส้ม กำลังคืบคลานเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองในระดับโครงสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงจนยากจะเยียวยาต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ในขณะเดียวกัน ก็มีวาทกรรมชวนเชื่อให้เลือกขั้วเทา เข้ามาเพื่อล้มส้ม แต่แท้จริงแล้ว ขั้วสีเทานั้นกัดกินบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้งปัญหากลุ่มทุนสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนัน และยาเสพติดที่ระบาดหนักทำลายเยาวชน ซึ่งนักการเมืองเหล่านี้กลับนิ่งเฉย หรือแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ยังเบื้องหลังที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองว่า แท้จริงแล้วมีความพยายามในการฮั้วกันทางการเมือง โดยมีการเจรจาเตรียมจับมือกันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย หรือแม้แต่ก้าวไกล ภายใต้เงื่อนไขการต่อรองผลประโยชน์และเก้าอี้รัฐมนตรี โดยไม่สนใจอุดมการณ์ที่หาเสียงไว้กับประชาชน พร้อมชี้ว่าการสร้างภาพขัดแย้งเป็นเพียงละครฉากหน้า แต่หลังฉากคือการเตรียมประเคนผลประโยชน์ให้แก่กัน ​ส่วนกับดักของการรณรงค์ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นแผนการอันแยบยลของนักการเมืองทุจริต ที่ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งมีกลไกปราบโกงที่เข้มแข็ง

​”เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ 60 ไม่ดี ต้องแก้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันปราบคนเลวคนชั่วได้ สิ่งที่เขาต้องการคือการเอามาตรฐานจริยธรรมออก เอาองค์กรอิสระออก เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นคดี และนำไปสู่การนิรโทษกรรมนักโทษคดีทุจริต ให้กลับมาเป็นฮีโร่ โดยผ่านความเห็นชอบจากการเลือกตั้งครั้งนี้” รศ.ดร.เจษฏ์ กล่าวและว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนตระหนักถึงกลลวงที่พยายามบอกว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ทั้งที่อำนาจแท้จริงอยู่ที่รัฐสภา และขอให้ประชาชนพิจารณาเลือก “พรรครักชาติ” ซึ่งเป็นคนใหม่ ที่ยังไม่มีประวัติด่างพร้อย และมีจุดยืนชัดเจนคือ ไม่เห็นชอบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากการถูกปู้ยี่ปู้ยำโดยกลุ่มนักการเมืองที่หวังผลประโยชน์ส่วนตน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน