อธิบดีดีเอสไอ รับถ้าจะเดินหน้าสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน’สว.’ ต้องรอมติบอร์ดกกต.วินิจฉัยชี้ขาด หลัง คณะอนุฯ กกต.ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. 229 ราย เป็นไปตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษที่ต้องรวมสำนวนกับ กกต. และต้องทำให้ครบถ้วน
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 จากกรณีมีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงความคืบหน้าในคดีฮั้ว สว.ตามกฎหมายเลือกตั้ง ว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5:2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีก 91 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดี
ส่วนมติเสียงข้างน้อย 2 เสียง เห็นควรให้ชี้มูล 134 ราย ในกลุ่ม สว.ปัจจุบัน 138 ราย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนทำความเห็นเสนอมติต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือบอร์ดกกต. ชุดใหญ่ ขณะที่สำนวนคดีความผิดอาญาที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.ถูกตีกลับสำนวนจากอัยการคดีพิเศษ หลังสั่งฟ้องผู้ต้องหาล็อตแรก 8 ราย ประกอบด้วย สว.ตัวจริง 2 ราย และอีก 6 ราย เป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองดัง
โดยอัยการคดีพิเศษสั่งการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วน และให้รวบรวมข้อมูลจากสำนวนของกกต. ที่สืบสวนสอบสวนคณะบุคคล 7 กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. เข้าสู่สำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอด้วย
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าตอนนี้ เรากำลังพยายามติดตาม แต่ต้องรอผลการวินิจฉัยชี้ขาดหรือมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (บอร์ด กกต.) จากนั้นจึงจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน มาร่วมประชุม
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ระหว่างนี้เรามีหน้าที่รวบรวมข้อมูลตามที่อัยการคดีพิเศษมีคำสั่งให้ดำเนินการ ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน และการวิเคราะห์เส้นทางการเงิน อย่างไรก็ดี เรายอมรับว่าการรอให้บอร์ด กกต.มีมติชี้ขาด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อัยการคดีพิเศษได้แจ้งไว้เช่นเดียวกัน เพราะอัยการคดีพิเศษก็ให้เรารวบรวมพยานหลักฐานในส่วนนี้ด้วย จึงต้องทำให้ครบถ้วน