โรม-ไอซ์ ประสานเสียง ‘ภาวุธ’ พร้อมถูกดีเอสไอตรวจสอบ หากมีชื่อเอี่ยวคดี Forex แต่ข้อมูลยังไม่ 100% หวังไม่ใช่เกมการเมือง-แก้แค้นเอาคืนฝ่ายค้าน หลังตรวจสอบ TH-AI Passport เข้ม
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมเปิดรายชื่อนักการเมือง และนักแสดงที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการชักชวนลงทุน และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังได้เข้าตรวจค้นเครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าจำนวนมาก และพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลหลากหลายวงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะปรากฏชื่อของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนั้น
น.ส.รักชนก กล่าวว่า เรายังไม่ได้รับข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่าการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) หากมีความเกี่ยวข้องกับคนในพรรคประชาชน ทุกคนพร้อมเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่มีรายงานข่าวเรื่องนายภาวุธนั้น ตนมองว่า นายภาวุธ เป็นคนหนึ่งที่ขยันขันแข็ง และได้ติดตามโครงการ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ เมื่อวานตนเพิ่งพูดคุยกับนายภาวุธ เรื่องดังกล่าว และยังคงทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้
เชื่อว่าสุดท้ายพวกเราทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ และเชื่อว่า นายภาวุธ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม ภาคส่วนการเงิน จะเป็นหนึ่งในคนที่เป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูล และแก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
เมื่อถามว่ามีรายงานว่าพรรคประชาชน จะล็อบบี้ให้หน่วยงานรัฐเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคดี Forex หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พวกเราทำไม่ได้อยู่แล้ว และตั้งแต่เช้า เรื่องนายภาวุธ ก็อยู่ในหน้าโซเชียลเต็มไปหมดแล้ว ดังนั้น ความพยายามปล่อยข่าวว่าเราจะล็อบบี้ จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
แต่ในทางตรงกันข้าม หลังจากเรื่องนี้ เชื่อว่านายภาวุธ จะเข้าสู่กระบวนการ และย้ำว่า พวกเราไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ทำได้คือให้ความร่วมมือ ตนพูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการปกป้องใคร เพราะเราอยากเห็นกระบวนการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
ต่อข้อถามว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองเพื่อมากลบข่าวประเด็นของรัฐบาลที่เผชิญอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องน.ส.รักชนก หรือใครอีกหลายคน ที่ออกมาตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้มากที่สุดก็คือ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตนไม่รู้ และไม่อยากต่อจิ๊กซอร์ว่า เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่
แต่ตนคาดหวังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการปล่อยชื่อนายภาวุธ ออกมานั้น จะไม่ใช่เกมการเมือง จึงรอดูการแถลงของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร เมื่อเราเห็นรายละเอียดของแถลง จะสามารถตอบคำถามของสื่อ และประเด็นทางสังคม เพราะถึงตอนนี้ยังไม่ชัวร์ 100 % ว่า จะมีรายชื่อของนายภาวุธ หรือไม่ และตอนนี้ยังไม่เห็นข้อกล่าวหา หรือแผนผัง
ดังนั้น การให้ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่ตนยืนยันไปถึงประชาชนได้คือ พรรคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อมีอะไรไปแตะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายตรงข้ามอาจจะถูกโจมตีด้วยนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ตนตอบได้มากที่สุด
สิ่งที่รัฐบาลทำไปหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าการโยกย้าย หรือโครงการต่าง ๆ มันเกี่ยวพันกับเรื่องงบประมาณ และเงินภาษี รวมถึงหลักคุณธรรมการบริหารราชการ หากไม่มีระบบคุณธรรม คนทำดี ไม่ได้ดี คนทำชั่วเติบโต กลายเป็นระบบบ้านใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่บ้านใหญ่ของจังหวัด รวมถึงการโกงเงินภาษีของประชาชนไปสู่การการฟอกเงิน ถามว่าเราอยากเห็นประเทศเป็นแบบนี้จริงๆหรือ วันนี้สิ่งที่เราต้องช่วยคือ การตรวจสอบ
“ผมจึงยังไม่สามารถสรุป หรือตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ตกลงแล้วคือ ความแก้แค้นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบ พวกผมเป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน อย่างโครงการ TH-AI Passport มีความชัดเจนแล้ว ถ้าประเทศนี้มีหลักนิติรัฐ นิติธรรม ตนไม่แน่ใจว่า โครงการแบบนี้ไปต่อได้อย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว