“ทวี” เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ ยกเครื่องระบบราชการ-กระจายอำนาจ-ดึง AI ช่วยงานรัฐ พร้อมกางตัวเลขปี 70 แฉงบประจำกินรวบ 1.4 ล้านล้าน ลั่นรับไม่ได้ “โกงสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.”

วันที่ 10 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณารับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี 2567 และประจำปี 2568 โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมกล่าวอภิปรายพร้อมเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาทบทวนการปรับปรุง ยุบ ควบรวม เปลี่ยนแปลง กระจายอำนาจ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI กับหน่วยงานและกลไกพิเศษของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า หน้าที่หลักของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ตามมาตรา 77/10 คือการให้คำปรึกษาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งในเรื่องโครงสร้าง ระบบงบประมาณ ระบบบุคคล และมาตรฐานจริยธรรม แต่เมื่อได้อ่านรายงานของเลขาฯ กพร. แล้ว รู้สึกว่างานของ กพร. ควรจะมีความท้าทายมากกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมเชื่อมั่นว่าประธานสภาฯ จะใจกว้างเปิดทางให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เนื่องจากมีอีกหลายพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอแนวคิดในทิศทางเดียวกัน

เปิดตัวเลขปี 70 แฉงบประจำกินรวบ 1.4 ล้านล้าน

พ.ต.อ.ทวี หยิบยกรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณปี 2568 ของสำนักงบประมาณ มาเปรียบเทียบกับแนวโน้มปี 2570 โดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตงบประมาณบุคลากรรัฐว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานของบประมาณสูงถึง 3,286 หน่วยงาน และรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐสูงถึง 1,435,000 ล้านบาท (1.43 ล้านล้านบาท) แบ่งเป็นข้าราชการยังไม่เกษียณ 3 ล้านคน และข้าราชการเกษียณอายุอีก 2.4 ล้านคน ซึ่งงบส่วนนี้ถูกแฝงไว้ในงบกลาง ยิ่งเมื่อรวมกับงบผูกพันข้ามปีเก่าที่จะมาถึงปี 2570 อีกประมาณ 3 แสนล้านบาท จะทำให้ยอดรวมพุ่งสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะไม่เช่นนั้น ภาษีอากรของประชาชนทั้งหมด จะไปจมอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท จนเหลือเงินงบประมาณไปพัฒนาประเทศเพียงนิดเดียว” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

งบบูรณาการล้มเหลว มหันตภัย “รัฐรวมศูนย์”

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ยังกล่าวถึง “งบบูรณาการ” ที่ใช้มานานกว่า 10 ปี ว่าเป็นมหันตภัยที่ล้มเหลว โดยยกตัวอย่างงบแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและงบหนี้สินครัวเรือน ที่ยิ่งจัดสรรงบประมาณลงไป ปัญหากลับยิ่งรุนแรงขึ้น เนื่องจากเป็นแนวคิดแบบ “รัฐรวมศูนย์” ที่มองประชาชนไม่มีความหมาย และคิดว่าส่วนกลางฉลาดที่สุด แทนที่จะใช้ประชาชนหรือชุมชนเป็นศูนย์กลาง

ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณของประเทศในปัจจุบันกำลังกลายเป็นการแย่งชิงของข้าราชการและกลุ่มทุน โดยเฉพาะงบผูกพันข้ามปีที่มีบริษัทใหญ่เพียง 3-4 บริษัท กวาดงานไปมูลค่าบริษัทละกว่า 4 แสนล้านบาท ทำให้ตั้งคำถามว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากสิ่งนี้ สภาฯ จึงต้องมีความกล้าหาญที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา

รับไม่ได้การทุจริต “โกงสอบ-ฮั้ว สว.”

พ.ต.อ.ทวี เน้นย้ำถึงคุณสมบัติของ “บุคลากรรัฐ” ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมแสดงความกังวลต่อข่าวการทุจริตในระดับท้องถิ่น และการทุจริตในระดับโครงสร้างประเทศ

“วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดประชาชนที่สุด กลับมีข่าวการทุจริตสอบ แค่นี้ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายมากจนรับไม่ได้ และที่สำคัญ ตำแหน่งระดับสูงก็ยังมีการทุจริต เช่น กรณีการฮั้ว สว. ซึ่งผมจะขอใช้ประเด็นเหล่านี้เป็นฐานในการตั้งคณะกรรมธิการขึ้นมาพูดคุยแก้ไข เพราะหากไม่ทำ ประเทศก็ไปต่อไม่ได้” พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน