สส.ปชน. ไล่ขยี้งบ 2 แสนล้านบาท เปลี่ยนผ่านพลังงาน โฆษณาไม่ตรงปก แฉกรมชลประทาน ขอ 2 หมื่นล้าน แค่ซื้อปั๊มน้ำพลังแสงอาทิตย์
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีวาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
เวลา 12.00 น. นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นแผนโรดแมปชัดเจนของการใช้งบ 2 แสนล้านบาท เปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเป็นวิธีคิดที่ผิดตั้งแต่ต้น คือให้หน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการที่แปะคำว่าเปลี่ยนผ่านและลดการใช้พลังงานให้เสนอเข้ามา ถ้าคิดไม่ออกก็ส่งแคตตาล็อกให้หน่วยงานดู เพื่อเสนอโครงการมา หลายโครงการจึงสะเปะสะปะ เน้นทำให้ทันเวลามากกว่าความจำเป็น
นายศุภโชติ กล่าวว่า สามารถจัดกลุ่มโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ 2 ประเภทคือ 1.โครงการไม่ตรงปก เช่น สินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบุให้สินเชื่อประชาชน 50,000บาท ติดโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ผ่อนผ่านบิลค่าไฟ
สิ่งที่หน่วยงานมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ บอกว่า เป้าหมายไม่ถึง 1 ล้านครัวเรือน เพราะติดข้อจำกัดเชิงเทคนิก โครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าไม่มีความพร้อม ทำได้แค่หลักแสนหลังคาเรือน ส่วนตัวเลขสินเชื่อ 50,000 บาท อาจลดเหลือแค่ 30,000บาท และไม่สามารถผ่อนจ่ายผ่านบิลค่าไฟได้ เพราะติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ต้องแก้ระเบียบก่อน
หรือกรณีกระทรวงคมนาคม เสนอเปลี่ยนรถสาธารณะ 80,000คัน เป็นรถอีวี ครอบคลุมรถ 7ประเภท วงเงิน 24,000ล้านบาท แต่ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกชี้แจงต่อกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ว่า อาจเหลือแค่ประเภทเดียวคือ รถแท็กซี่ รถเมล์ รถบรรทุกสินค้ารอไปก่อน
2.โครงการไม่มีรายละเอียด เช่น กรมชลประทานเสนอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขผลกระทบสถานการณ์วิกฤติพลังงาน สร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานประเทศ วงเงิน 20,343ล้านบาท
ที่กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ได้รับการชี้แจงจากหน่วยงานว่า ยังอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดโครงการ ยังไม่มีรายละเอียดโครงการแม้แต่บรรทัดเดียว และพบว่า เป็นแค่การซื้อปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น
อีกโครงการคือ การยางแห่งประเทศไทย เสนอโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการยาง เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การทำสวนยางคาร์บอนต่ำ วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตยางให้ต่อสู้กับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศแบบซีแบม
แต่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่างประเทศ ที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการยาง ไม่ใช่เรื่องมาตรฐานซีแบม แต่เป็นการว่าด้วยสินค้าเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า
“แล้วจะของบเปลี่ยนผ่านพลังงานไปทำไม จะเห็นว่ามีทั้งโครงการไม่ตรงปก และไม่มีเนื้อ สิ่งที่เห็นคือ ให้หน่วยงานไปควานหาโครงการง่ายที่สุด ทำได้ไวสุด คนได้ประโยชน์ คือคนขายโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ไฟฟ้า ปั้มน้ำ ผู้รับเหมา ผมจึงไม่เห็นด้วยกับเงินกู้ก้อนนี้แม้แต่บาทเดียว” นายศุภโชติกล่าว