ทนายอั๋น จ่อฟ้อง รมว.ยุติธรรม เอาผิดหมิ่นประมาทฯ หลังพาดพิงครอบครัว บี้ถามปมเขากระโดง ดีเอสไอยังไม่ออกเลขสืบสวนคดี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ส.ค.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอทวงความคืบหน้าและขอให้อนุมัติเลขสืบสวน คดีบุกรุกลำราง-ทางเดินสาธารณะ บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์บุรีรัมย์

พร้อมเริ่มต้นก่อนการสัมภาษณ์ด้วยการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ส่วนประชาสัมพันธ์ของดีเอสไอ เพื่อถามหาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำกับดูแลกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีบุกรุกบริเวณที่ดินเขากระโดง แต่ปรากฏว่าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษติดภารกิจ มอบหมายให้ น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจจะมาสอบถามอธิบดีดีเอสไอว่า เหตุใดจึงไม่อนุมัติออกเลขสืบสวนคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง ต้องการแสดงให้คนไทยได้เห็นว่าวันนี้ไม่มีกลไกใด หรืออำนาจทางการเมืองจะมาหยุดยั้งหัวใจของตน ไม่ให้ออกมาต่อสู้ได้ เพราะตอนนี้มีความพยายามสกปรกในการดิสเครดิต พยายามเบรกตนทุกอย่าง แต่วิธีการนี้ทำให้ตนหยุดได้เพียงแค่ขณะจิตเท่านั้น โดยเฉพาะวิธีการพยายามลากข้อมูลส่วนบุคคลของครอบครัวของตนออกสู่สาธารณะ ล้วนเป็นวิธีการสกปรกทางการเมือง ทั้งที่ตนพยายามย้ำมาตลอดว่าไม่ใช่บุคคลทางการเมือง แต่เป็นเพียงประชาชนเพียงคนเดียวที่ออกมาต่อสู้กับความอยุติธรรม

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเชื้อไฟชิ้นดีที่ทำให้ลุกโชนขึ้นมา และขอประกาศเลยว่า หากมีความมั่นใจทางการเมือง หรือมั่นใจในความเป็นรัฐบาลร่วมกัน หรือมั่นใจในมวลชนของพรรคการเมืองแล้วมาทำให้คดีนี้จะไม่ไปต่อ ตนอยากบอกว่าคิดผิดแล้ว แม้ตนไม่รู้ว่าตอนนี้ รมว.ยุติธรรมคิดอะไรอยู่ แต่เท่าที่เห็นก็จับใจความได้ว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญในกรณีที่มีนักข่าวมาถามท่านแล้วไปนำเสนอเช่นนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะมีการตระเตรียมไว้และอยากนำเสนอมาก เหมือนที่วัยรุ่นใช้คำว่า “สลิ้งแตก” คือจะต้องปล่อยประโยคเรื่องพวกนี้แล้วใช่หรือไม่

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า ทุกคนน่าจะได้เห็นข่าวแจกสื่อมวลชนของดีเอสไอที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งเกิดจากการที่ตนไปติดตามทวงถาม รมว.ยุติธรรมถึงความคืบหน้า และขอให้มีข้อสั่งการมายังอธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ออกเลขสืบสวนหรือรับเป็นคดีพิเศษในกรณีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง จึงอยากรู้ว่าเหตุใดไม่รีบเร่งออกเลขสืบสวนให้กับคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อที่เขาจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ค้นหาความจริงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ลักษณะเช่นนี้เป็นการดึงเกมใช่หรือไม่ และอยากถามว่าการกระทำแบบนี้ของอธิบดีดีเอสไอจะดูเป็นการใจเสาะเกินไปหรือไม่ เพราะแค่ท่านออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ เขาก็จะได้ออกไปหาพยานหลักฐานและนำเสนอว่ามีองค์ประกอบเข้าข่ายให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า ในกระบวนการนี้จะเตะถ่วงได้ง่ายกว่าหรือไม่ ทำไมจึงไม่ทำแบบนั้น หรือว่าอธิบดีดีเอสไอได้แอปเปิ้ลแดงจำนวนมากจากรัฐมนตรีหรือไม่ และทำให้ตนเห็นว่านี่คือกล่องดวงใจของเขา คนที่อยู่เขากระโดงกลัวมากที่จะต้องถูกเข้ากระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงอยากถามว่า อธิบดีดีเอสไอว่าไม่สงสารเจ้าหน้าที่ภายในสังกัดบ้างหรือ ฉะนั้นการไม่ออกเลขสืบสวน คล้ายเป็นลักษณะการทรยศชาติหรือไม่ และช่วยเหลือคนที่อยู่ตรงบริเวณเขากระโดงที่บุกรุกที่ทางสาธารณะหรือไม่ และอยากถามย้ำว่าหากออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ภายในสังกัด มันจะตายหรืออย่างไร ท่านไม่อยากหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้หรือ

ทนายอั๋น เผยอีกว่า ส่วนประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ออกเอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน โดยชี้แจงว่าสั่งการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นผู้ครอบครองทั้ง 33 ราย เนื้อที่ 245 ไร่ เพื่อไขปมว่าเป็นการแยกกันครอบครองหรือร่วมกันครอบครองนั้น มันก็คือการเตะถ่วง เพราะถ้าออกเลขสืบสวนจะทำงานง่ายกว่าหรือไม่ ส่วนกรณีที่ รมว.ยุติธรรมอยากให้ตนเข้าใจเรื่องระบบหนังสือราชการและงานภายในกระทรวง เพราะย้ำว่าได้สั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการแล้วนั้น อยากถาม รมว.ยุติธรรมว่ารู้หรือไม่ว่ากรณีที่ตนมาติดตามทวงถามนี้ เป็นกรณีที่เคยมายื่นหนังสือเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 ไม่ใช่กรณีเดิมที่ถูกตัดส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพราะเรื่องแย่งที่กันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับกลุ่มบุคคลที่อยู่บริเวณเขากระโดง ตนไม่ได้สนใจแล้ว

“วันนี้มาติดตามเรื่องการยึดถือครอบครองลำรางทางสาธารณะ ฉะนั้นหากการแถลงข่าวของ รมว.ยุติธรรมเป็นเหมือนคำสั่งเด็ดขาดมายังอธิบดีดีเอสไอ ผมอยากถามว่าการเซ็นออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ อธิบดีดีเอสไอจะต้องใช้เวลากี่วัน ขอให้บอกแบบลูกผู้ชาย ตนไม่ยอม แม้จะพยายามยื้อไปหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็ตาม” ทนายอั๋นกล่าว

เมื่อถามว่ารู้สึกน้อยใจหรือโกรธเคืองหรือไม่ กรณีที่ รมว.ยุติธรรมได้เปิดเผยเรื่องราวครอบครัวพาดพิงออกสู่สาธารณะ ขณะที่ตัวทนายอั๋นเองพยายามตรวจสอบเรื่องสาธารณะ เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ทนายอั๋น กล่าวว่า ตนเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา เป็นเพียงทนายความตัวเล็กๆ จากบ้านนอก ก็มีหัวจิตหัวใจ แม้ตนจะพยายามออกมามายืนตรงนี้ เพื่อชี้เป้าและกล้าที่จะชี้หน้าพวกอยุติธรรมที่ตนเรียกว่าไอ้หอกหักพวกนี้ คำว่าไอ้หอกหักของตน หมายถึงพวกที่ทรยศคดโกงชาติ แต่ถ้าใครไม่ใช่ก็ถอยไป

“ยอมรับว่ามีความรู้สึก แต่เป็นความรู้สึกในขณะจิตว่าเล่นสกปรกขนาดนี้เลยหรือ ทำให้นึกถึง 2 เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ของนายฉลอง เรี่ยวแรง อยากถามว่ามือปืนไม่มีใครรับงานเลยหรือ ทำไมท่านจึงมาลงมือเอง รมว.ยุติธรรมไม่มีคนรับงานหรือ เพราะก่อนหน้านี้มีพวกเพจอวตาร พยายามนำเสนอเรื่องครอบครัวของผม แล้วทำไมในเรื่องที่สกปรกแบบนี้ จึงต้องออกจากปากคนที่เป็นเจ้ากระทรวงยุติธรรม และอย่าหลงประเด็น ผมแค่อยากถามว่าผมไปทำอะไรให้รัฐมนตรีต้องโกรธเคืองหรือไม่ เพราะผมไปหาเพียงแค่ 2 ครั้ง ครั้งแรกไปหาเรื่องโกงสอบ ก็เพราะว่ารัฐมนตรีปิดจบ เพราะทราบว่าท่านน่าจะเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.)”

ทนายอั๋น กล่าวว่า เรื่องที่ 2 ก็ไปตามเรื่องนี้ (เรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดง) หากจะบอกว่าตนไปจิกกัดไม่ปล่อย ตนถามย้อนสักนิด ตนเรียกร้องกับนายแสวง บุญ มี เลขาธิการ กกต. มาถึง 3 ปี ไม่เห็นเป็นอะไร แต่ตนไปหา รมว.ยุติธรรมเพียงแค่ 2 ครั้ง กลับมองว่าไปจิกไปกัด แต่เป็นเพราะว่าตนไปตีกล่องดวงใจแล้วมีคนที่เขากระโดงสั่งการคุณมาหรือไม่ ย้ำว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวระหว่างตนและ รมว.ยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ตนเพียงแค่รู้สึกเซอร์ไพรส์มากกว่า เพราะว่าคำพูดเหล่านั้นหลุดออกจากปากของเจ้ากระทรวงเอง โดยเฉพาะคำพูดเรื่องการหาว่าตนโชว์โง่หน้าสื่อมวลชน จึงอยากถามย้อนว่าใครโง่กันแน่

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า เวลามีคนกล่าวหาว่า ตนอิจฉาพวกเขาหรือไม่ที่ต้องมาคอยติดตามทวงถามคดีของกลุ่มน้ำเงินที่เขาได้ดิบได้ดี อยากบอกว่าหากตนจะต้องอิจฉาใครสักคน ไม่ใช่เรื่องวาสนาที่ต้องแข่งบุญแข่งพาย หรือลาภยศสรรเสริญ ตนจะน้อยใจ หรือมีความอิจฉาอยู่บ้างก็น่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว เพราะพวกคุณมีครอบครัวที่สมบูรณ์กว่า มีโอกาสส่งลูกหลานไปเรียนถึงเมืองนอก แต่ตนไร้วาสนา ครอบครัวไม่สมบูรณ์ แต่ก็เพราะชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ และแม้จะเลือกเกิดอีก 10 ครั้ง ตนก็จะขอเกิดเป็นลูกของพ่อและแม่เหมือนเดิม

เมื่อสอบถามกรณีมีกระแสข่าวว่า กกต.ชี้แจงเลื่อนเวลาการลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. จากเดิมวันที่ 28 ส.ค.69 ออกไปเป็นช่วงเดือน ก.ย.นั้น ทนายอั๋น กล่าวว่า ความจริงจากใจตนอยากให้เลื่อน เพราะก็ไม่มีอะไรที่จะไปเอาประโยชน์จากสมาชิกวุฒิสภาแล้ว เพราะองค์กรอิสระก็มีการลงมติไปแล้ว และกฎหมายสำคัญก็ผ่านแล้ว ไม่มีประเด็นใดที่คนไทยจะไปหวังพึ่งกรณีการฮั้ว สว อีกแล้ว ต่อให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.สำรองก็ขึ้นไปปฎิบัติหน้าที่แทนไม่ได้ จึงอยากให้ยื้อไป เพราะไม่อยากเห็นพวกคนสูงอายุใน กกต.ต้องติดคุก เพราะอย่างไรแล้ว มติดำเนินคดีก็คงมีการยกอยู่แล้ว

“เราหวังไม่ได้ ไม่ใช่มวยช่อง 7 ไม่มีพลิกหรอก ส่วนกรณีที่ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายไปดำเนินคดีกับตำรวจกองปราบ เพื่อเอาผิดกลุ่มบุคคลที่มีการนำเอาข้อมูลและพยานหลักฐานเอกสารภายในสำนวนคดีของดีเอสไอเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าเป็นการฟ้องหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นถือเป็นการตรวจสอบสาธารณะเช่นเดียวกัน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าบุคคลที่ดีเอสไอไปร้องทุกข์ดำเนินคดีนั้นมีรายชื่อของผมหรือไม่ แต่ก็ขอให้รอดู เพราะก็เป็นเพียงพฤติการณ์กระจอก วันๆ ไม่ทำอะไร หาจับผิดแต่คนที่ออกมาตรวจสอบ ถ้าบ้านนี้เมืองนี้ไม่มีกฎหมายรับรอง หรือหน่วยงานราชการ หน่วยงานของภาครัฐไม่เอื้ออำนวย ไม่รองรับการตรวจสอบของภาคประชาชนหรือภาคการเมือง ประเทศชาตินี้จะอยู่อย่างไร อยากทำอะไรก็ทำ มันจะเละขนาดไหน”

ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ล่าสุดตนเซ็นใบแต่งตั้งทนายความ เพื่อจะเดินทางไปคัดทะเบียนราษฎรที่เทศบาลนครนนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อนำไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดา กรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่มีการพาดพิงเรื่องส่วนตัวสู่สาธารณะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน