ชวน กรีดการเมืองแทรกแซงโครงสร้างตุลาการศาล รธน. กระทุ้งอย่าเอาหนี้บุญคุณ มาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีวาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
เวลา 18.00 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนเป็นหนึ่งใน 133 คนที่เข้าชื่อใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 วรรคหนึ่ง ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าพ.ร.ก.ที่ออกมาฉบับนี้ถูกต้องเป็นไปตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
บัดนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรียบร้อยแล้วว่าเฉพาะในมาตรา 5 วงเล็บหนึ่ง คือเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ในส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียงว่าเข้าตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง
แต่สำหรับวรรคสอง ของมาตรา 5 คือเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีเสียง 7:2 ถือว่าไม่เข้าตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง
นายชวน กล่าวว่า ด้วยความเคารพต่อดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ตนถือว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักของบ้านเมือง ท่านเหล่านี้ต้องรักษาหลักของบ้านเมืองไว้ให้ได้
ตนขอให้กำลังใจทุกท่าน เพราะโครงสร้างรัฐธรรมนูญเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งจะไปเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่อยากให้กำลังใจเพราะเริ่มมีโครงสร้างที่มีอธิบดีกรมทางหลวง เข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็แปลกไป จากเดิมที่เราใช้นักกฎหมาย นักปกครอง เพราะบทบาทศาลรัฐธรรมนูญคือวินิจฉัยกฎหมาย
แต่นายสราวุธ ทรงศิวิไล ท่านเป็นคนเก่งคนดีคนหนึ่ง และแม้โครงสร้างเริ่มเปลี่ยนด้วยการเมืองเข้าไปแทรกแซง แต่หวังว่าทั้ง 9 ท่านจะเป็นหลักของบ้านเมือง แม้จะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ตนขอกราบเรียนอย่างจริงจัง ไม่ได้พูดเล่นๆ ว่าอย่าเอาหนี้บุญคุณนี้มาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง
“เราใช้หนี้บุญคุณตอนผู้มีบุญคุณตาย หรือเป็นอหิวาตกโรคตาย เราไปงานศพเขาก็ถือว่าใช้หนี้บุญคุณ ผมจริงจังเรื่องนี้เพราะผมสนับสนุนให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักของบ้านเมือง และผมเคยปกป้อง จึงไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากการเมืองเข้าไปแทรกแซง” นายชวน ระบุ
นายชวน กล่าวต่อว่า ที่ตนย้ำเรื่องนี้เพราะถ้าเรายึดหลัก การปกครองของเราจะไปได้ดี แม้จะมีปัญหาอะไรก็ตาม แต่หลักจะทำให้การปกครองเราไปได้ด้วยดี อาจเป็นภาระกับฝ่ายบริหารบ้างที่ต้องให้ผ่านสภาฯ แต่ฝ่ายบริหารที่มามาจากประชาชนที่แท้จริง ก็จะไม่กลัวสภาฯ เพราะชี้แจงได้ แต่ถ้ากลัวสภาฯ หลีกเลี่ยงเพียงเพื่อความสะดวกของตัวเอง เราก็จะมีปัญหา
ความจริงมันมีตัวอย่างที่อยากจะเรียนว่าการที่เราละเมิดหลัก มันเคยมีตัวอย่างมาแล้ว คือวันที่ 22 และ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้ 51 ครั้ง และมีการเถียงกันว่าเฮลิคอปเตอร์ยิงหรือกระสุนมาจากไหนจากที่ชาวบ้านถูกยิง โดยที่ไม่มีการพูดถึงว่าเหตุร้ายนี้มาจากอะไร
“มันมาจากการฝืนหลัก คือวันหนึ่งฝ่ายบริหารไม่ยึดหลักให้ฝ่ายตุลาการวินิจฉัยคดีเมื่อมีคนร้ายถูกจับ ฝ่ายบริหารสั่งเองให้จัดการเดือนละ 10 คน คนร้ายมีไม่เกิน 18 คน สองเดือนก็หมด คือเก็บฆ่าทิ้ง นี่คือที่มาอันเป็นผลจากการละเมิดหลัก คือไม่ใช้หลักให้อำนาจฝ่ายตุลาการตัดสิน แต่ฝ่ายบริหารจับและตัดสินเอง
ตัวอย่างความเสียหายนี้เกิดขึ้นรุนแรง วันนี้เราจึงได้เห็นเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมา มีคนสูญเสียไปจากการละเมิดหลักนี้ ถึง 7000 กว่าคน ตนจึงย้ำว่าเราจึงต้องยึดหลัก ไม่อย่างนั้นการปกครองบ้านเมืองเราจะมีปัญหา” นายชวน ระบุ