“สุชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ไทย เวทีโลก ดันไม้ถูกกฎหมาย-ยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจสีเขียว มุ่งสร้างสมดุลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
22 ก.ย. 69 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วย นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ
เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน เวทีนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านการค้าไม้ถูกกฎหมาย การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นายสุชาติ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในเวที GLSTF 2026 ว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ประเทศไทย ได้เดินหน้าปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการปลูก และใช้ประโยชน์จากไม้เศรษฐกิจ โดยไม้ที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือที่ดินที่มีสิทธิครอบครอง โดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถปลูก ดูแล และใช้ประโยชน์ได้ตามกฎหมาย ช่วยลดข้อจำกัด
และเปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร และภาคเอกชนสามารถพัฒนาไม้เศรษฐกิจ ให้เป็นทั้งแหล่งรายได้ และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็วและไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งวัตถุดิบไม้ภายในประเทศ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูก การจัดการ การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
โดยให้ความสำคัญกับไม้จากแหล่งถูกกฎหมาย การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายสุชาติกล่าวอีกว่า การส่งเสริมไม้เศรษฐกิจยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไม้และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ในยุคใหม่ ไม่สามารถดำเนินการโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติและทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
ประเทศไทย พร้อมใช้เครือข่าย GLSTF ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อส่งเสริมการใช้ไม้ถูกกฎหมาย ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นำไปสู่การเปลี่ยนผ่าน สู่อุตสาหกรรมไม้ที่เติบโตอย่างสมดุล และยั่งยืนในระยะยาว” นายสุชาติ กล่าว
