เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารแปซิฟิก 2 ถนนสุขุมวิท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตแกนำกปปส. และ อดีตส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกระแสข่าว กปปส.จะนัดชุมนุมรวมพลังไม่อยากเลือกตั้ง ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ซึ่งเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียว่า
“ผมไม่ทราบว่ากปปส.นัดชุมนุม และไม่รู้จักกับคนโพสต์ข้อความเป็นการส่วนตัว เพราะในการชุมนุม กปปส. มีคนร่วมเป็นหลักล้าน ใครก็อ้างเป็นกปปส.ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายกับบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่มีการนัดหมายจากแกนนำกปปส. เพื่อชวนคนมาชุมนุมตามที่มีการโพสต์”
“ผมและแกนนำ ไม่มีใครมีความคิดไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พูดได้เต็มปากในฐานะแกนนำและประธานกปปส. เพราะถือว่าบทบาท กปปส.ยุติ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจ บรรดามวลมหาประชาชนก็เอาใจช่วยพล.อ.ประยุทธ์ ให้แก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ และเดินหน้าปฏิรูประเทศตามเจตนารมณ์ ดังนั้น จุดยืนกปปส.ชัดเจนที่ได้ร่วมลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และเคารพในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้มีประชาธิปไตยอันสมบูรณ์”
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า “กปปส.จุดยืนชัดว่าเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งขณะนี้สังเกตเห็นว่ามีผู้พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นกลุ่มหนึ่ง คาดคิดเอาเองว่าหากมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป อาจทำให้ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันหรือคสช.ได้เปรียบจากการเลือกตั้ง คนเหล่านั้นจึงคิดเองว่าหากทำได้ด้วยประการใดโดยยืดหรือไม่เกิดเลือกตั้ง จะทำให้ภาพพจน์ของคสช. ตกต่ำลง จึงพยายามหลายวิธีไม่ให้มีการเลือกตั้ง”
“หรือบางฝ่ายอาจทำท่าทีต้องการให้มีเลือกตั้ง แต่แท้จริงคือการยั่วยุกดดันให้เกิดความวุ่นวาย จนคสช.จัดเลือกตั้งไม่ได้ อีกกลุ่มหนึ่งคิดให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ความคิดกปปส. เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดภาวะดังกล่าวขึ้น”
“ผมขอวิงวอนไปยังมวลมหาประชาชน ให้ติดตามด้วยความรอบคอบระมัดระวัง อย่ายอมเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายใดที่ไม่จริงใจกับระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้มีเลือกตั้ง เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันดินหน้าตามโรดแม็ปมุ่งสู่การเลือกตั้ง จะทำให้ประเทศผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไปได้ กปปส.มีอุดมการณ์เดียวกันคือ เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อความสงบ ยืนยันจะไม่มีการชุมนุมใดๆ ของกปปส. ที่จะทำให้บ้านเมืองยุ่งเหยิงมากกว่านี้” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่าเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 เหมาะสมหรือช้าเกินไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์บนพื้นฐานความจริงด้านกฎหมายและความพร้อมจัดเลือกตั้ง และขณะนี้ยังไม่เห็นเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป และหากเกิดเหตุสุดวิสัย ต้องดูว่าเกิดจากความจำเป็นหรือเกิดจากคนสร้างขึ้น
ส่วนที่อ้างกลุ่ม กปปส. เคลื่อนไหวในช่วงใกล้เคียงกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นการจัดคนมาชนกันหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ต้องการให้เกิดเหตุนั้นขึ้น ใครที่สร้างสถานการณ์หรือซ้ำเติมสถานการณ์ เป็นคนที่ทำบาป ตนเชื่อว่าจะยุติการเคลื่อนไหวในวันที่ 27 พ.ค.นี้ได้ เพราะเชื่อว่ามวลมหาประชาชนยังไว้วางใจตนอยู่ เชื่อว่าหลังจากแถลงข่าววันนี้ จะไม่เกิดเหตุม็อบชนม็อบ ซึ่งจะเกิดความแตกแยกในบ้านเมือง ทั้งนี้ บทบาท กปปส.จบลงแล้ว และถ้าไม่มีความจำเป็น เราจะไม่เคลื่อนไหวในนาม กปปส.
เมื่อถามว่าถึงขณะนี้ยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนต่อไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยพูดว่าสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯคนต่อไป พูดแต่เพียงว่าสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ให้บริหารประเทศในตำแหน่งนายกฯ ให้สมบูรณ์ และเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาปฏิรูปประเทศต่อหรือไม่
เมื่อถามว่า กปปส. จะตั้งพรรคหรือไม่ นายสุเทพชี้แจงว่า โดยชื่อกปปส.ไม่ตั้งพรรคแน่นอน และไม่มีการตั้งพรรคในนาม กปปส. เพราะแกนนำกปปส.ที่เป็นนักการเมืองก็กลับพรรคไปแล้ว แต่บางคนจะไปสังกัดพรรคอื่นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ตนยืนยันไม่กลับพรรคประชาธิปัตย์และไม่ตั้งพรรค แต่หากวันข้างหน้า ประชาชนคิดตั้งพรรคตามเจตนารมณ์ของกปปส. ก็พร้อมสนับสนุนและจะไปร่วมกับประชาชนก็เป็นได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มี
ต่อข้อถามว่ามองอย่างไรกับกลุ่มอยากเลือกตั้งจะชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค.นี้ นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมขอโทษที่ต้องบอกว่าถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งจริงๆ ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร มันจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่อยากเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก และอยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงภาพรวมประเทศ เพราะการชุมนุม มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อาจลุกลามเป็นความไม่สงบในบ้านเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการไปสู่การเลือกตั้งแน่นอน ยืนยันว่ากปปส.สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง จึงไม่ควรทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยถูกหมายจับดำเนินคดีกรณีเตรียมแถลงการณ์ครบรอบ 4 ปีคสช.นั้น ไม่ขอวิจารณ์ ไม่อยากให้ตัวเองเป็นผู้สร้างปัญหาอีก”