“พิชัย”จวก ช็อปช่วยชาติ หรือช่วย’นายทุน’?ชี้ เป็นเครื่องมือหาเสียง ถ่วงปท.ไม่พัฒนา

ช็อปช่วยชาติ

“พิชัย”จวก ช็อปช่วยชาติ หรือช่วย ‘นายทุน’? ชี้ เป็นเครื่องมือหาเสียง ถ่วงปท.ไม่พัฒนา ประหลาดให้ซื้อสินค้า 3 ประเภท คือ ยางรถยนต์ หนังสือ และสินค้าโอท็อป

วันที่ 29 พ.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลนำนโยบาย “ช็อปช่วยชาติ” กลับมาใช้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เคยยกเลิกไป โดยสื่อมวลชนรวมถึงนักวิชาการได้วิเคราะห์แล้วว่า นโยบายช็อปช่วยชาติที่เคยทำมา ไม่ได้ช่วยประชาชนมากนัก แต่ไปช่วยนายทุนเจ้าของห้างสรรพสินค้ามากกว่า เพราะประโยชน์ของโครงการตกกับห้างร้านใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งมีผลประกอบการดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปช่วย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลขาดรายได้จากการหักภาษีไปโดยเปล่าประโยชน์ น่าจะนำภาษีดังกล่าวไปใช้พัฒนาประเทศ เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับประชาชนจะมีประโยชน์มากกว่า

หรือควรจะนำไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากจนขาดทุนกันถ้วนหน้า และนโยบายช็อปช่วยชาติครั้งนี้ ยิ่งแปลกประหลาดเข้าไปอีก ที่รัฐบาลกำหนดให้ซื้อสินค้าได้เพียง 3 ประเภทเท่านั้น คือ ยางรถยนต์ หนังสือ และสินค้าโอท็อป ซึ่งยิ่งไม่ช่วยอะไรเลย เพราะยางรถยนต์ต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาอยู่แล้ว อีกทั้งปริมาณการซื้อยางรถยนต์จะไม่ช่วยให้ราคายางพาราสูงขึ้นแต่อย่างใด และสินค้าโอท็อปที่ขายได้จะเป็นสินค้าที่ขึ้นห้างเท่านั้น ไม่ได้มีการกระจายของรายได้อย่างทั่วถึง

นายพิชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินการเป็นเหมือนแค่การหาเสียง หรือทำแบบแก้บน ที่กระทรวงการคลังอาจจะไม่ได้อยากทำ เพราะทราบว่าไม่เกิดประโยชน์จึงทำแบบเสียไม่ได้ ทั้งนี้ รัฐบาลเพิ่งจะอนุมัติแจกเงินก้อนใหญ่กว่า 80,000 ล้านบาทแล้ว ที่เป็นเหมือนการซื้อเสียงตามที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมาพูดในทำนองคนชนบทสามารถซื้อเสียงได้ จึงดำเนินนโยบายแจกเงินใช่หรือไม่

และยังต้องมาขาดรายได้จากการหักภาษีในนโยบายช็อปช่วยชาติอีก ซึ่งผลของการดำเนินนโยบาย ทั้งการแจกเงินและช็อปช่วยชาตินี้ ไม่ได้สร้างประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ หรือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ เหมือนเป็นการจ่ายอย่างเสียเปล่า เป็นแค่เครื่องมือหาเสียงเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ดีก่อนออกมาตรการต่อไป และต้องตอบให้ได้ว่าดำเนินการไปแล้ว ประเทศจะพัฒนาอย่างไร ไม่ใช่ทำเพื่อซื้อความนิยมเท่านั้น

บทความก่อนหน้านี้‘ยุทธพงศ์’ แฉ อดีต รมต.เพื่อไทย ย้ายซบพลังประชารัฐ ‘ลืมคุณข้าวแดงแกงร้อน!’
บทความถัดไปสงกรานต์ มาแล้ว โพสต์แบบนี้ หลังลือสะพัด นางเอกดังฝากครรภ์