เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 เม.ย.2564 โควิด นำทีม กทม.รวมพลังสู้ภัยโควิด ของพรรคไทยสร้างไทย ประสานรถพยาบาล มารับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากอพาร์ทเมนต์ ในซอยจรัญสินทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย ซึ่งผู้ป่วยเป็นชาย 1 หญิง 1 ที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังนายวีรยุทธ ว่องศิริพร (เอ นครหลวง) ทีมงานพรรคไทยสร้างไทย เขตบางกอกน้อย เนื่องจาก ผู้ป่วยชาย มีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. ส่วนภรรยาเริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผลตรวจคอนเฟิร์มว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 เม.ย และกำลังท้อง 2 เดือน จึงเป็นห่วงลูกในท้อง เพราะสามีมีไข้สูง มีอาการหอบ หืด อาการจะหนักจนพูดไม่ไหว ทีม กทม. พรรคไทยสร้างไทย จึงได้นำทีมมาช่วยประสานงานฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ในอาคารอพาร์ทเมนต์ที่มีผู้ป่วยโควิด-19
คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า เวลานี้เราต้องช่วยกัน ‘คนละไม้คนละมือ’ เพื่อให้ประชาชนรอดก่อน อย่างกรณีนี้ทาง คุณเอ นครลวง ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ เราก็ต้องช่วยกันให้คนป่วยได้รักษาโดยเร็วที่สุด เพราะตั้งแต่รู้ผลการตรวจว่าผู้ป่วยติดเชื้อ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า ต้องรอเตียง ซึ่งไม่รู้จะได้เมื่อไหร่
“วันนี้ทีมงานของเราจึงได้ประสานโรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางโรงพยาบาลให้นำผู้ป่วยไปรักษา เราจึงจัดรถพยาบาลมารับผู้ป่วยทั้งสองไปส่งโรงพยาบาลธนบุรี แต่หลังจากรถพยาบาลได้พาผู้ป่วยทั้งสองออกจากอพาร์ทเมนต์ไปแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขหรืออสส. มาแจ้งเพิ่มเติมว่าเพื่อนข้างห้องที่ทำงานด้วยกัน มีอาการเป็นไข้ จึงให้ทีมงานประสานงานโดยด่วน สถานการณ์โควิด-19 เริ่มวิกฤตและน่าหนักใจ การบริหารจัดการต้องเร่งรีบแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อย่างในรอบนี้ ป่วยวันละ 2 พันกว่าคน อาทิตย์ละหมื่นกว่าคน เราต้องเร่งรีบในการหาเตียง และเครื่องมือรองรับ”คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ในการระบาดรอบที่ 3 มีผู้ป่วยหนักจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เสียชีวิตเฉพาะในรอบ 20 กว่าวันนี้สูงถึง 54 ราย แสดงว่าการบริหารจัดการเรื่องเตียง และการตรวจ ที่ไม่ทันการและไม่เพียงพอ ทำให้คนป่วยหนัก และเสียชีวิตมากขึ้น จึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้จบภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับไม่พอ โดยขอเสนอให้แก้ไขดังต่อไปนี้
1.เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงไม่พอ ต้องเร่งกระจายงบประมาณจากส่วนกลาง ไปให้แต่ละโรงพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลมีงบในการดูแลผู้ป่วยให้เพียงพอ ทั้งเรื่องเตียง อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ใช้ในการรักษา รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่จะใช้ในการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์เอง
2.เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องตรวจหาเชื้อน้อย และตรวจช้า โดยให้รัฐบาลตั้งงบประมาณในการตรวจโควิด-19 ไว้ให้โรงพยาบาล 1,600 ล้าน ซึ่งจะตรวจได้ 1ล้านคน ตามที่สปสช.กำหนดจ่ายค่าตรวจหัวละ 1,600 บาท
หวังว่าในวันที่ 27 เม.ย. นายกรัฐมนตรี จะนำเข้าหารือในที่ประชุมครม. เร่งใช้งบกลางที่ตั้งไว้ 5 แสนล้าน มาแก้ไขปัญหาให้กับโรงพยาบาลและประชาชนโดยด่วน รวมถึงการใช้งบประมาณ เงินกู้โควิด-19 ต้องเร่งรัดใช้จ่ายโดยเร็ว เพื่อให้โรงพยาบาลได้รับเงินไปทำงานอย่างเร็วที่สุด


