ศาลรธน. มติเสียงข้างมาก ชี้พ.ร.บ.ศาลปกครองฯ ม.15 วรรคสาม ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ปม ส.ว.ไม่เห็นชอบให้ ‘รัชนันท์’ นั่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ต.ค.2565 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมลงมติ และออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

กรณี วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ นายรัชนันท์ ธนานันท์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง(ก.ศป.) ให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ขัดต่อหลักความเสมอภาค และความเป็นอิสระของการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครอง เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ อันเป็นผลจากพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 15 วรรคสาม ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 และ 198 หรือไม่

โดยมีตัวแทนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้แทนสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มาร่วมฟังการอ่านคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 15 วรรคสาม บัญญัติให้ ก.ศป.เสนอชื่อผู้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับการคัดเลือกต่อนายกฯ และให้นายกฯ เสนอขอความเห็นชอบต่อวุฒิสภา ภายใน 15 วัน และให้นายกฯ นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง ซึ่งข้อโต้แย้งที่ว่า บทบัญญัติดังกล่าว มีความแตกต่างจากการแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม ที่ไม่ต้องให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ซึ่งขัดต่อหลักความเสมอภาคนั้น

เห็นว่า ศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีอำนาจหน้าที่ การจัดตั้ง และการพิจารณาคดีที่แตกต่างกัน ผู้พิพากษาหรือตุลาการแต่ละศาล จึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย และความเชี่ยวชาญในคดีแต่ละประเภทตามความเหมาะสมของแต่ละศาล มีที่มาที่แตกต่างกัน การแต่งตั้งและการคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งย่อมแตกต่างกันด้วย

จึงไม่อาจนำความแตกต่างนี้มาพิจารณาเปรียบเทียบกับการปฏิบัติที่แตกต่างกันได้ และกระบวนการคัดเลือกตุลาการศาลปกครองสูงสุด ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย บังคับกับผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาค ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

ส่วนข้อโต้แย้งทว่า บทบัญญัติดังกล่าว แทรกแซงการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครอง และขัดต่อความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครองนั้น เห็นว่า วุฒิสภา ถือเป็นองค์กรนิติบัญญัติที่จะให้ความเห็นชอบบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 128

ทั้งนี้ แม้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มิได้บัญญัติให้การแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา เหมือในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา แต่ยังคงหลักการเดิมในการคัดเลือกและแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุดในพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 15 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายมีบัญญัติรับรองไว้แล้ว จึงไม่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอีก

นอกจากนั้นการที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เป็นเพียงขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลัง ก.ศป. พิจารณาคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดแล้ว โดยเป็นกระบวนการกลั่นกรองเกี่ยวกับความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด

การให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบของวุฒิสภา จึงไม่เป็นการใช้อำนาจขัดหรือแย้งกับ ก.ศป. และไม่กระทบต่อหลักความเป็นอิสระการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 15 วรรคสาม ไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญมาตรา 27 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม และมาตรา 198

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีวุฒิสภา ลงมติด้วยวิธีลับการเสนอชื่อ นายรัชนันท์ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดนั้น เกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้ง ระหว่างปี 2563-2564 โดยวุฒิสภาเสียงข้างมาก มีมติไม่เห็นชอบให้นายรัชนันท์ ดำรงตำแหน่งตามที่เสนอ

กรณีดังกล่าวมีรายงานข่าวจากวุฒิสภา แจ้งว่า สาเหตุที่ ส.ว.มีมติไม่เห็นชอบดังกล่าว เนื่องจากพบว่า นายรัชนันท์ เคยถ่ายรูปและไปทักทายต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ เมื่อปี 2559 จึงเห็นว่ามีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะที่ไปถ่ายรูปคู่กับนายทักษิณ ที่เป็นผู้ต้องหาหนีคดี และอาจมีปัญหาความเป็นกลางทางการเมือง ขัดกับการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ไม่ควรฝักใฝ่ฝ่ายใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน