มติพรรคเลือก เฉลิมชัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ที่ประชุมเทคะแนน 88.5%
วันที่ 9 ธ.ค. 66 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นัดประชุมใหญ่วิสามัญปชป. โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและรักษาการเลขาธิการพรรค เป็นประธานการประชุม แจ้งว่าองค์ประชุมครบแล้ว 260 คน และขอเปิดการประชุมในเวลา 10.08 น.
ทั้งนี้ ประธานแจ้งที่ประชุมทราบว่าการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งที่3 สืบเนื่องจากการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 9 ก.ค. และวันที่ 6 ส.ค. ไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคได้ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ 250 เสียงตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำของพรรคทุกฝ่ายมาอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและรักษาการเลขาธิการพรรค เป็นต้น
จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การเสนอชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชวน เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ ต่อมา นายเฉลิมชัย สั่งพักการประชุม 10 นาที เพื่อไปพูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์
ต่อมา เวลา 11.38 น. กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อที่ประชุม พร้อมกับน้ำตาคลอว่า ขอลาออกจากสมาชิกพรรค แต่ยืนยันไม่มีพรรคอื่น ไม่ไปพรรคอื่น กรีดเลือดเป็นสีฟ้าจนวันตาย เป็นลูกพระแม่ธรณี รับใช้บ้านเมืองวันข้างหน้า
จากนั้นได้เข้าสู่กระบวนการเสนอชื่ออีกครั้ง โดย นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรค ภาคใต้ เสนอชื่อ นายเฉลิมชัย เป็นหัวหน้าพรรค
ขณะที่นายขยัน วิพรหมชัย อดีตสส.ลำพูนของพรรค เสนอชื่อ น.ส.วทันยา บุนนาค มีเสียงรับรองเพียงพอ แต่เนื่องจากคุณสมบัติเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปี และไม่เคยเป็นสส.ของพรรค ขัดกับข้อบังคับพรรค ข้อ31(6) และข้อ32(1 ) จึงต้องใช้เสียง 3ใน4 ของจำนวนผู้มาประชุม หรือ 195 เสียง เพื่อยกเว้นข้อบังคับดังกล่าว ปรากฏว่า น.ส.วทันยา ได้เพียง 139 เสียง เท่ากับที่ประชุมไม่อนุญาตให้ลงสมัคร ทำให้เหลือผู้สมัครคนเดียวคือ นายเฉลิมชัย
ด้าน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การตัดสินใจของตนในวันนี้มันเจ็บ มันทำลายสิ่งที่ตนสร้างมาทั้งชีวิต ตนเข้าใจ ขอยืนยันว่าตนกรีดเลือดออกมาก็เป็นสีฟ้าไม่เป็นสีอื่นเลย ตลอดเวลาที่ตนอยู่ในพรรคก็เคร่งครัดยึดหลักการและอุดมการณ์ของพรรคไม่เคยเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนได้เรียนเรื่องนี้กับ นายอภิสิทธิ์ ด้วย ตนขอเรียนสั้นๆว่าตนมีความจำเป็น และอยากเห็นพรรคเดินไปข้างหน้า ตนจะทำให้พรรคมีเอกภาพ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคที่มีอยู่แล้ว
“ที่สำคัญที่ผมได้คุยกับ นายอภิสิทธิ์ เมื่อซักครู่ที่ผ่านมา ผมได้ยืนยันกับ นายอภิสิทธิ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เป็น แต่เราไม่เคยเป็น ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มา22ปี หลายสิ่งที่ผ่านมาอาจทำให้พรรคสะดุด ผมก็จะพยายามทำทุกอย่าง ผมมาทำงานในภารกิจหนึ่ง ผมจะพยายามทำให้พรรคมีเอกภาพ ทำให้ดีที่สุด และไม่มีวันทำลายหลักการและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์” นายเฉลิมชัย กล่าว
โดยที่ประชุม มีองค์ประชุม 260 คน และเป็นการเข้าคูหาลงคะแนน จากนั้นในเวลา 13.30 น. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ กกต.ประจำพรรคฯ ได้ประกาศผลลงคะแนนว่าที่ประชุม เลือก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ด้วยคะแนน 88.5 เปอร์เซนต์ ถือว่า นายเฉลิมชัย ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9