‘ภูมิธรรม’ ร้องโอ๊ย ฝ่ายค้าน ขอเวลาอภิปรายเยอะทำไม ถ้าพูดไม่กี่เรื่อง แนะ อย่าใช้เวทีซักฟอกเล่นเกม สร้างความนิยมทางการเมือง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า เป็นสิทธิฝ่ายค้าน หากมีเรื่องไม่สบายใจหรือเห็นต่างก็ใช้เวทีนี้ในการคุยกันได้เลย เพราะรัฐบาลพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว
ขอให้การเสนอแนะนั้นเป็นประโยชน์กับประชาชน ภายใต้เงื่อนไขที่เราเห็น คือ เราเข้ามา 6 เดือน แต่เราก็พยายามทำงาน บางเรื่องที่เห็นต่างก็เสนอได้ เพราะมาตรานี้เปิดโอกาสให้พูดคุยและเสนอแนะรัฐบาลในเรื่องต่างๆ
“ขออย่าพยายามให้เป็นเกมการเมือง ที่จะสร้างความนิยมทางการเมือง หรือคัดค้านในทุกเรื่อง แล้วทำให้เป็นปัญหา เราจะได้ไม่เสียเวลาในการพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมทุกเรื่อง” นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามว่าในระยะ 6 เดือน แม้จะยังไม่ใช้งบประมาณ แต่ก็อาจเข้าข่ายว่ามีการทุจริตได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่ข้อเท็จจริง เอาข้อเท็จจริงมาพูด หรือวิธีตั้งกระทู้ถามก็ยังได้ สามารถทำได้หลายวิธี แต่หากมองเป็นเช่นนี้ แสดงว่ามองว่ารัฐบาลมีปัญหาทั้งระบบ อย่าเอาแค่ประเด็นเดียวมาใช้โอกาสนี้ในการอภิปราย ในการสร้างความนิยมแบบนี้ อย่าทำเลย
แต่หากมีข้อท้วงติงสามารถท้วงติงได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องใช้เวลามาก มันคงไม่มีการทุจริต คือมีความน่าสงสัยในทุกจุด หากคิดว่ายังมีจุดไหนที่ยังไม่สบายใจ ก็ยังมีเวทีอื่น หรือหากนำมาให้รัฐบาล รัฐบาลก็พร้อมแก้ไขอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เวทีสภาฯ มานั่งพูด หากมีแค่ไม่กี่ประเด็น
“ยืนยันว่าอย่าใช้เวทีสภาฯ เป็นเวทีทางการเมือง เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง หรือสร้างความได้เปรียบทางการเมือง แต่ขอให้ใช้เวทีนี้ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหา เพราะเราพูดว่าเราจะทำการเมืองสมัยใหม่ ไม่ใช่ว่าฝ่ายค้านและรัฐบาลจะเป็นศัตรูกันตลอดไป แต่ทั้งสองฝ่ายต้องมาช่วยกันทำประโยชน์ให้ประเทศ” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้รับอาณัติจากประชาชนเข้ามาทำงาน และฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบว่าจุดไหนที่มีประเด็นปัญหา แต่อย่าคิดว่านี่จะหมดเวลาแล้ว เหลือเวลาแค่ไม่กี่วัน ไหนๆ ก็ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยหรือฝึกฝนคนของตนเอง หรือแสดงออกทางการเมือง เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เพราะหากทำเช่นนั้นมากเกินไป จะทำให้การทำงานสะดุด ให้ประชาชนได้ใช้เวลาในการดูการทำงานของทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ บนความคิดที่สร้างสรรค์
เมื่อถามถึงระยะที่ฝ่ายค้านต้องการอภิปราย คือวันที่ 3-6 เม.ย. นายภูมิธรรม กล่าวว่า “โอ๊ย หากบอกว่ามีแค่บางเรื่องเท่านั้น จะไปขออะไรตั้ง 2-3 วัน”
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้ทำงาน แล้วจะมีเวลาอะไรมานั่งตั้งคำถามเยอะแยะ และการทุจริตก็ยังไม่เกิด แล้วจะใช้เวทีนี้ในการทำอะไร จะใช้เวลาสามวันทำไม ขอให้เอาตามความเป็นจริงว่ามีปัญหาอยู่ที่กระทรวงไหน ขอให้พูดเข้าประเด็นนั้นเลย จะได้ไม่ต้องอภิปรายเยิ่นเย้อ ไม่ต้องนั่งอภิปรายลากยาว เวลาพูดบางอย่างก็ซ้ำเรื่องเดิม บางอย่างก็สร้างประเด็นใหม่โดยที่ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ตนคิดว่าหากวันนี้รัฐบาลเริ่มทำงาน มีเงินใช้ตั้งแต่ต้น แล้วมาถึงวันนี้มีข้อบกพร่องอย่างไร ตนคิดว่าจะใช้เวลามากกว่า 3 วันก็ยังได้ แต่ในเมื่อยังไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้เงิน และทำให้รู้สึกว่าเกิดการทุจริต จะใช้เวลาทำไมตั้ง 3 วัน ไปทบทวนดูน่าจะดี
เมื่อถามย้ำว่าระยะเวลาในการอภิปรายที่ฝ่ายค้านต้องการเหมาะสมแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนคิดว่าขอให้เอาแค่ประเด็นว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับกระทรวงไหนบ้าง แล้วทำให้ประชาชนเห็น หากมีไม่มากแล้วจะขอเวลาเยอะไปทำไม หรือจะใช้เวทีนี้ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง