“สว.กลุ่มอิสระ” นัดรายงานตัวพร้อมกัน 15 ก.ค. เตรียมหารือโควตาตำแหน่งประมุขสภาสูง เล็งดันผู้หญิงนั่งรองประธาน คาดประชุมนัดแรกปลายเดือน ก.ค.
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกสว. จำนวน 200 คน ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวของสว.ในกลุ่มอิสระที่นัดหารือถึงการเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 15 ก.ค. เวลา 11.00 น. และนัดพูดคุยถึงการพิจารณาส่งบุคคลเพื่อชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา
โดยนางนันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า หลังจากที่กกต.รับรองผลการเลือกสว.แล้ว ทางกลุ่มได้นัดหมายที่จะเข้าไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 15 ก.ค. เวลา 11.00 น. นี้ เนื่องจากวันนี้ (11 ก.ค.) หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด
เมื่อถามถึงวาระแรกของการประชุมที่จะมีการเลือกตำแหน่งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา มองอย่างไรต่อกรณีที่มีการล็อกตัวคนที่จะทำหน้าที่แล้ว นางนันทนา กล่าวว่า ทางกลุ่มจะหารือต่อประเด็นดังกล่าวในช่วงเสาร์หรืออาทิตย์นี้
นางนันทนา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าหากตำแหน่งดังกล่าวแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมกับกลุ่มของสว. จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต รวมถึงการพิจารณากำหนดสัดส่วนของประธานกรรมาธิการ (กมธ.) คณะต่างๆ ด้วย
นางนันทนา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมที่สำนักงานกกต. ด้วยว่า ในกลุ่มสว.อิสระ มีสมาชิกประมาณ 30 คน โดยเป็นกลุ่มอิสระที่จะร่วมอุดมการณ์กัน และเชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มนี้จะมีบทบาทต่างจากกลุ่ม 40 สว.ในอดีต เนื่องจากสว.ปัจจุบันมาด้วยอุดมการณ์ และมีวาระที่จะขับเคลื่อนผลักดันวาระของประชาชนร่วมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของกลุ่มหรือกดปุ่มสั่งการใดๆ มีจิตวิญญาณเสรี
ยอมรับว่าตามที่มีรายงานข่าว มีสว.ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนใหญ่ ที่น่าจะมีเสียงค่อนข้างมาก แต่กลไกตามระบอบประชาธิปไตยเห็นว่า ควรมีบุคคลที่มีศักยภาพ และมีคุณสมบัติเหมาะสม ซึ่งทางกลุ่มก็จะส่งไปชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดยยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ ขอให้มีการหารือกันก่อน และยังไม่ทราบว่าจะเป็นตนเองหรือไม่ และเชื่อว่า สว.ที่ได้รับเลือกเข้ามามีอุดมการณ์ที่ทำงานให้ประชาชน

นางนันทนา นันทวโรภาส สว. และนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.
ด้าน นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวถึงกรณี สว.กลุ่มใหญ่ ที่รวมตัวกัน และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา นั้น ประเด็นสำคัญคือคาดหวังให้ สว.มาสร้างบรรยากาศที่ดี ซึ่งเสียงข้างมากอาจจะถูกมองไปด้านใดด้านหนึ่ง แต่หลักการประชาธิปไตยต้องเคารพและรับฟังเสียงข้างน้อยด้วย
ซึ่งเปรียบกับการทำงานของวุฒิสภาชุดก่อน เพราะประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม วุฒิสภาควรเปิดพื้นที่ให้เป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมจากประชาชน ในเรื่องของการร้องทุกข์
“สว.ชุดนี้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ควรที่จะรู้ร้อนรู้หนาว ควรรับฟังความคิดเห็นความต้องการของประชาชน หวังว่าวุฒิสภาชุดใหม่ แม้จะถือมติของเสียงส่วนใหญ่ แต่ควรเคารพเสียงส่วนน้อย และเอาหลักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมหรือเสียงของประชาชนเข้ามาพิจารณาด้วย” นายเทวฤทธิ์ กล่าว
ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิต สว. กล่าวว่า ตนได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาฯ แล้ว เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ก่อนที่กกต.จะรับรอง เพื่อไม่ให้มีประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน
นางอังคณา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ผลักดันหรือนำเสนอประเด็นที่อยากฝากให้สภาฯ รับไปพิจารณา โดยเฉพาะรายละเอียดของผู้ที่ต้องคดีมาตรา 112 จากการแสดงออก ซึ่งไม่ใช่ประเด็นอาฆาตมาดร้าย แต่ไม่เป็นไร เพราะเมื่อสภาฯ ยกร่างกฎหมายแล้วและผ่านมายังวุฒิสภา ตนก็ยังมีโอกาสพิจารณาได้ ส่วนการเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานั้น ตนตั้งใจจะเข้ารายงานตัวในวันที่ 12 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ที่จะเลือกในวาระแรกของการประชุมวุฒิสภานั้น คาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ก.ค. เบื้องต้นจะให้สัดส่วนกับสว.สตรี ดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาด้วย ซึ่งในส่วน สว.กลุ่มอิสระ ก็มีแนวคิดที่จะผลักดัน สว. ในเครือข่ายเข้ารับตำแหน่งด้วย