นันทนา ตั้ง 5 ข้อสังเกต งบ68 แนะ อย่าทุ่มให้ดิจิทัลวอลเล็ตหมดหน้าตัก ชี้ประเทศไม่เดินหน้าเหตุการเมืองวุ่น ด้าน รมช.คลัง ยัน จัดเก็บรายได้ไม่พลาดเป้าอีก
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
- สว.โชว์ฟอร์ม ถลกงบปี 68 ฉะงบกลาโหม ชี้พลทหารไม่อยากได้ถาดหลุมแพงๆ
- สว. หวั่น “ดิจิทัลวอลเล็ต” ส่อทุจริต ฟุ้งคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า 2 เท่า
เวลา 11.35 น. นางนันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตกับการจัดงบประมาณปี 2568 ใน 5 ประเด็น โดยประเด็นแรก เราต้องรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ในภาวะไม่ปกติ เป็นภาวะเศรษฐกิจของไทยขนาดตัวต่ำมาก ซึ่งในภาวะไม่ปกติเช่นนี้เราจะมาจัดงบราวกับว่าเป็นภาวะปกติไม่ได้
ตามความเป็นจริงแล้วรัฐบาลพรรคเพื่อไทยควรทำงบประมาณอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ให้ข้าราชการประจำทำ แล้วไปทุ่มงบไปกับดิจิทัลวอลเล็ต และซอฟต์พาวเวอร์หมดหน้าตัก
ประเด็นที่สอง เราเห็นแล้วว่างบค่าใช้จ่ายประจำหรืองบที่เป็นบุคลากรภาครัฐ เป็นภาระยิ่งใหญ่ของการคลังในปี 68 แค่งบด้านบุคลากรรัฐก็สูงถึง 68.2% เหลืองบไปทำอย่างอื่น 31.8% แล้วงบประมาณแบบนี้จะเหลือไปฟื้นฟูประเทศได้อย่างไร
ประเด็นที่สาม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศเราจะหันมาดูเรื่องโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ มีการตั้งหน่วยภาครัฐที่ทับซ้อนกัน ดังนั้น ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่รัฐบาลจะปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ
ประเด็นที่สี่ ตนอยากเห็นกระบวนการทำงบประมาณที่ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่ให้หน่วยราชการคิดทำกันไปเอง ฝากรัฐบาลในช่วงทำงบประมาณ 3 เดือนแรกให้ปรึกษาหารือกับประชาชน
ประเด็นที่ห้า ใน 10 ปีนี้ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศมากในเกณฑ์ที่สูงว่าไทย 4-5 เท่า ทำให้ 2 ประเทศนั้นเดินไปไกลกว่าเรา ทั้งที่ไทยไม่ได้มีอะไรที่ด้อยไปกว่า 2 ประเทศนั้น แต่สิ่งที่ 2 ประเทศนั้นไม่มี แล้วเรามี คือ ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง และปัญหาคุณภาพการศึกษาของไทย
“10 ปีที่ผ่านเราวุ่นวายกับการเมืองจนกลายเป็นความเคยชินแบบนิวนอร์มอล ซึ่งจริงแล้วไม่ใช่เลย และมีการตั้งข้อสงสัยว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากระบบศาล โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ มีการใช้นิติสงครามกันอย่างเมามัน ทุกๆ เดือนประเทศเราจะมีข่าวออกจากศาลให้ได้อกสั่นขวัญแขวน จนเกิดอาชีพใหม่ที่เรียกว่า นักร้อง
นายกรัฐมนตรีคนใหม่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งก็ถูกร้อง 9 คดีแล้ว สิ่งเหล่านี้สร้างความมึนงงให้กับวงการกฎหมายทั่วโลก การให้งบประมาณเหล่านี้สำหรับองค์กรอิสระที่ทำให้คนสงสัยว่าเรายังมีระบบยุติธรรมหลงเหลืออยู่หรือไม่ ดังนั้น ขอตั้งโจทย์ว่าเราจะตั้งงบประมาณที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร” นางนันทนา กล่าว
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า ยอมรับว่าในข้อห่วงใยการจัดเก็บรายได้ในปี 2567 ที่อาจจะจัดเก็บที่พลาดเป้าจากรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านรายได้พลังงาน จนทำให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้พลาดเป้าไป
แต่การจัดเก็บรายได้ที่เหลืออีก 1 เดือนนี้ เชื่อว่าต่อไปจะไม่พลาดเป้า ส่วนเรื่องรายจ่ายประจำที่มีการถีบตัวสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะลดกำลังพล มีแผนเรื่องของใช้เทคโนโลยี และเรื่องที่เราเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นแอปพลิเคชันทางรัฐ เป็นการยืนยันว่าในอนาคต เราจะให้บริการประชาชนผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น และลดกำลังพลลงได้