แถลงโยบายวันที่สอง สส.พรรคประชาชน ติง รัฐบาล ไร้แผนพัฒนาแรงงาน ด้าน “พิชัย” วอน อย่าโจมตีสินค้าจีน หวั่น ไม่ส่งนักท่องเที่ยวมา เสียหายหนัก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายท้วงติงนโยบายด้านแรงงาน ว่า แผนพัฒนาแรงงานของรัฐบาลนั้น ขาดมาสเตอร์แพลน ทำให้การพัฒนาอาจเป็นไปไม่ได้ตามเป้าหมายใหญ่โต อาทิ การพัฒนาแรงงานด้านอีวี โดยการรีสกิลแรงงานภาคยานยนต์สันดาปเข้ามาสู่อีวี

ถ้าไปดูตลาดโลก ตอนนี้จะเห็นกำลังซื้ออีวีชะลอตัวลง กำลังการผลิตลดลง คนเริ่มมองหาพลังงานชนิดอื่นแล้วด้วยซ้ำ โรงงานรถอีวีที่เข้ามาตั้งก็มีความไม่แน่นอนสูง นโยบายนำเข้ารถอีวี 0% ทั้งคัน ตอนแรกบอกว่า นำเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน เปลี่ยนเป็นนำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน ในปี 2568

คำถามคือในปี 2567 ก็ยังผลิตไม่ทัน แล้วปี 2568 ต้องผลิตเพิ่มขึ้นมันจะทันหรือ ท่านจะมีมาตรการขยายเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่จะได้ผลิต หลายโรงงานดีเลย์ไปเยอะมากแล้ว ถ้าถึงเวลาแล้วเขาไม่มีผลิต เบี้ยวปิดโรงงานหนี ท่านมีมาตรการอย่างไร การเดินไปข้างหน้านั้นดี แต่ถ้าเดินไปแบบนี้ตนเกรงว่า นี่คือการปิดตาเดินเข้าป่าเข้ารกเข้าพง

จากนั้น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงว่า เท่าที่ทราบเศรษฐกิจเราตกต่ำมานานแล้ว เราโตแค่ 1.9% ซึ่งปัญหาเหล่านี้ตนก็อยากให้ทุกคนร่วมมือกัน ประเทศเราจะได้เจริญ และต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้โชคดี เพราะในภาวะที่จะเกิดขึ้นในโลก เรื่องสงครามการค้านั้น ไม่ว่าสหรัฐอเมริกาใครจะชนะเลือกตั้ง สงครามการค้าจะเกิดขึ้นแน่

ซึ่งโอกาสของไทยอยู่ตรงนี้ เนื่องจากประเทศไทยได้ประโยชน์ที่ว่า สหรัฐอเมริกา และจีนก็ว่าเราเป็นเพื่อน ดังนั้น โอกาสของเราจะกลับมา ซึ่งจีนไปหาที่ลงทุนหลายประเทศ แต่มาจบที่ไทย

ส่วนเรื่องสินค้าจีนนั้น เราไม่อยากให้ไปโจมตีประเทศจีนมากนัก ตนได้คุยกับสถานทูตจีนและเขาก็บอกว่า อย่าทำให้จีนเป็นผู้ร้ายเลย เขาอยากให้ความรู้สึกของคนไทยดีกับเขา เราก็อาจจะมีวิธีของเรา แต่คงไม่ใช่การใช้ความรุนแรง อย่างอินโดนีเซียเขาขึ้นภาษีสูง ส่วนของเราไม่ใช่แบบนั้น เพราะถ้าวันดีคืนดีจีนบอกว่าไม่ซื้อทุเรียนเราก็จะหายไปเป็นแสนล้าน หรือเขาไม่ส่งนักท่องเที่ยวมาเราก็เสียหายได้

ส่วนสินค้าเกษตรนั้น กระทรวงเราดำเนินการเชิงรุก เราจะรู้ล่วงหน้าว่าแต่ละเดือนจะมีผลผลิตอะไรออกมา และมีขั้นตอนอย่างไรที่จะให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นตามจริง สินค้าที่เราดำเนินการเช่นนี้ก็มีราคาสูงขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของอนาคต การที่ประเทศจะพัฒนาต่อไปด้วยการเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ทั้งสหรัฐอเมริกา อินเดีย จีน รัฐบาลโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะเร่งดำเนินการแก้ปัญหา และมีทิศทางให้เศรษฐกิจเห็นผลชัดเจน ยืนยันว่าอีกไม่นานรัฐบาลจะทยอยมีเรื่องต่างๆ ออกมาว่า จะช่วยประชาชนอย่างไร และพัฒนาประเทศได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน