สส.ปชน. รุมถล่มรัฐบาล ไม่จริงจังปราบสแกมเมอร์ จี้ปลด ธรรมนัส ลั่นปล่อยเป็นสายล่อฟ้าทำไม แนะจับมืออาเซียน ตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูล ดึง สหรัฐฯ-จีน ร่วม
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม ในวาระพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา 3 ญัตติ โดยเฉพาะแนวทางการปราบปราม เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์
โดยนายชุติพงษ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัจจุบันสถิติจำนวนคดีสแกมเมอร์ มากกว่า 1.1 ล้านคดี ความเสียหายกว่า1 แสนล้านบาท ซึ่งมีการรับดำเนินคดีไว้ที่ บช.ก.อยู่ที่ 1.43% ส่วนอีก 86.82% อยู่ที่สถานีตำรวจ (สน.) เป็นการสะท้อนความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เพราะคดีที่เกิดขึ้นสามารถอายัดเงินได้ก่อนหน้านี้ 3% แต่ล่าสุดอายัดได้เพียง 1%
แม้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงฯ เชิญนายกฯ มาให้ข้อมูล แต่นายกฯ ก็ไม่ได้มา รวมทั้งเชิญคนที่เกี่ยวข้องก็ไม่มา และแม้รัฐบาลจะมีการตั้งบอร์ดขึ้นมาปราบสแกมเมอร์ แต่กลับมีการตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกี่ยวโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ แล้วจะให้มาเป็นผู้ปราบปรามเรื่องนี้หรือ และชี้แจงอะไรไม่ชัดเจน นอกจากขู่ว่าจะฟ้อง ทั้งที่เป็นรัฐมนตรีและสส.มาชี้แจงในสภาก็ได้
นอกจากนั้นยังมีการตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดรัฐบาลจึงทำลายโอกาสในการประกาศในเวทีการประชุมอาเซียนซัมมิทที่มาเลเซีย เพื่อเป็นเจ้าภาพต่อสู้กับสแกมเมอร์
“ขอเสนอว่าหากจะเอาจริงเอาจังกับการปราบสแกมเมอร์ ขอให้นำคนที่เกี่ยวข้อง ถูกตั้งข้อสงสัย โดยไม่ชี้แจง และขู่ว่าจะปิดปากคนนั้นคนนี้ ปลดไปเลย โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ปลดออกจากตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ก่อนเลย ปลดรองนายกฯ สักคนคงไม่เป็นไร เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นสายล่อฟ้าทำไม
และเสนอให้ร่วมเวทีโลกในการปราบสแกมเมอร์ ให้โลกทั้งใบมารวมกันปราบสแกมเมอร์ ประเทศไทยต้องไม่เป็นที่พึ่งพิงของอาชญากร ไม่ให้บุคคลที่ทั่วโลกคว่ำบาตร ไม่มีที่ยืนในประเทศไทย ไม่เช่นนั้นไทยจะถูกมองว่าเป็นที่พึ่งพิงของอาชญากร หากนายกฯ ไม่เอาจริงจังกับเรื่องนี้ พรรคประชาชนขอประกาศหากมีโอกาสจะทำมากกว่านี้ เราเอาจริง” นายชุติพงษ์ กล่าว
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ในช่วงปิดสมัยประชุม อยากให้รัฐบาลจริงจังต่อการปราบแก๊งสแกมเมอร์ จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล 3 ด้าน เปรียบเสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว คือ 1.จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย
2.จะยุติความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา เชื่อว่ารายได้กำลังหล่อเลี้ยงเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่ใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา และ 3.จะเป็นการรื้อฟื้นบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะการจับตาในเวทีเอเปค
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า จึงขอแนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมว่า ไทยสามารถใช้รูปแบบการปราบสแกมเมอร์ เพื่อให้ไทยมีบทบาทนำในเวทีโลก 2 มิติ คือ 1.ไทยสามารถชิงบทบาทนำในอาเซียนได้โดยการใช้กลไกและทรัพยากรของอาเซียนที่มีอยู่ในการรวมพลังปราบสแกมเมอร์ และ 2.ไทยควรใช้ประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาสมดุลระหว่าง 2 มหาอำนาจ
จังหวะนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์พลิกบทบาทในเวทีโลก เปลี่ยนจากผู้ที่ถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ มาเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์จากสภาวะภูมิรัฐศาสตร์โลก เช่น ให้ 2 ผู้นำ สหรัฐฯ-จีน ร่วมโต๊ะหารือการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์โลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ มีผู้อภิปรายกว่า 20 คน ล้วนแต่เป็น สส.พรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทย สำหรับข้อเสนอแนะของที่ประชุมนั้น จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป