กรมส่งเสริมการเกษตร ใช้ข้อมูลแปลงพยากรณ์ผลผลิตทั่วประเทศ วิเคราะห์ทิศทางและปริมาณไม้ผลอัตลักษณ์พื้นถิ่นและผลไม้ไทยทั้งระบบ วางแผนให้ตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี ด้านส่งเสริมอาชีพการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่นว่า เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร ถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์พื้นถิ่นโดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการผลิตไม้ผลคุณภาพและได้ มาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและบรรจุภัณฑ์สร้างความโดดเด่นของไม้ผลในแต่ละพื้นที่ สร้างเรื่องราวแหล่งกำเนิดสินค้า (Story) สร้างตราสินค้า (Brand) สนับสนุนการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าไม้ผลอัตลักษณ์พื้นถิ่น รวมไปถึงการอนุรักษ์ความหลากหลาย และการรวบรวมพันธุ์พืชพื้นถิ่น เป็นฐานข้อมูลสู่การส่งเสริมและพัฒนาไม้ผลที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยดำเนินงานครอบคลุมทุกภูมิภาคที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญของไม้ผล ได้แก่ ภาคตะวันออก 9 จังหวัด ภาคเหนือ 17 จังหวัด และภาคใต้ 14 จังหวัด รวม 40 จังหวัด

สำหรับตัวอย่างผลไม้อัตลักษณ์ ที่โดดเด่นเรื่องรสชาติ คุณภาพ และมีเรื่องราว เช่น ส้มแม่สิน จังหวัดสุโขทัย ทุเรียนชะนีเกาะช้าง จังหวัดตราด มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และมะม่วงเบาสงขลา จังหวัดสงขลาซึ่งผลจากการส่งเสริมไม้ผลอัตลักษณ์ของกรมส่งเสริมการเกษตร เกิดการพัฒนาอย่างน้อย 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1) เกิดการวางแผนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการพื้นที่ การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสินค้าทั้งในและนอกฤดูกาลออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ 2) ยกระดับความสามารถของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนาสินค้าเกษตรพรีเมี่ยม เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน 3) เกิดการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสร้างตราสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น พร้อมเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่น เช่น การท่องเที่ยวและบริการ และ 4) การจัดทำฐานข้อมูล สร้างเครือข่ายและช่องทางการตลาด ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเกิดการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรอย่างแพร่หลาย

นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ยังระบุถึงความสำคัญของแปลงพยากรณ์ผลผลิตว่า เป็นแปลงตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 1 แปลงต่อ 1 ชนิดพืชเป็นอย่างน้อย ในแต่ละอำเภอที่ถูกคัดเลือก โดยให้นักวิชาการที่รับผิดชอบระดับอำเภอ จังหวัดและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจข้อมูลติดตามสถานกระบวนการผลิตไม้ผล ตั้งแต่ระยะแตกใบอ่อน ดอกบาน ติดผล และเก็บเกี่ยว เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประเมินสถานการณ์การผลิตไม้ผลของอำเภอนั้นๆได้ตลอดฤดูกาล เป็นการพยากรณ์หรือคาดการณ์ปริมาณผลผลิตล่วงหน้า ดังนั้นแปลงที่ถูกคัดเลือก จึงมีความสำคัญมากในกระบวนการผลิตไม้ผลทั้งระบบ

“แปลงพยากรณ์ผลผลิต หรือ แปลงไม้ผลที่มีไว้คาดการณ์การผลิตนั้น มีความสำคัญ 2 ด้าน คือ 1) สะท้อนข้อเท็จจริงการผลิตในช่วงที่ไม้ผลอยู่ในระยะแตกใบอ่อน ดอกบาน ติดผล และเก็บเกี่ยว เพื่อให้นักวิชาการที่รับผิดชอบได้เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ภาพรวมไม้ผลของทั้งจังหวัดต่อไป และ 2) คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) จะมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการบริหารจัดการผลไม้ระดับภาค และจังหวัด เพื่อให้ไม้ผลของไทยมีความยั่งยืนและเพียงพอต่อตลาดทั้งในและต่างประเทศ แปลงพยากรณ์ผลผลิตดังกล่าว สามารถนำข้อมูลมาพยากรณ์หรือคาดการณ์แปลงไม้ผลอัตลักษณ์ได้เช่นเดียวกัน” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน