โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความแตกต่างจากโรคอื่น ๆ เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้แสดงออกในทางร่างกาย หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ คิดว่าตัวเองเป็นคนคิดมากเกินไป จึงนิ่งนอนใจ ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ อาการของโรคซึมเศร้านั้นเป็นอย่างไร สาเหตุมาจากอะไร โรคซึมเศร้าสามารถรักษาหายได้ไหม เราจะรับมืออย่างไรเมื่อมีอาการซึมเศร้า มาไขข้อสงสัยไปพร้อม ๆ กัน
รู้จักกับโรคซึมเศร้า คืออะไร?
โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder หรือ Depressive Episode) เกิดจากภาวะอารมณ์เศร้าหมองสะสมมาเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยหลากหลายด้านทั้งความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม หรือในบางคนที่มีอาการเศร้าซึมรุนแรง อาจจะไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้
ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่โรคซึมเศร้า มีอะไรบ้าง?
โรคซึมเศร้าสามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่มักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาการซึมเศร้ามักจะเริ่มตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น และหากมีสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นที่คนอื่น ๆ ในครอบครัวจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกันสำหรับปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่โรคซึมเศร้ามีดังต่อไปนี้
- โรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงมาจากการเลี้ยงดู
การเลี้ยงดูในวัยเด็ก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจได้โดยตรง
- โรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงมาจากความเครียด
โรคซึมเศร้ามักพบว่าเกิดกับผู้ที่มีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน เมื่อคุณมีภาวะความเครียดสะสมมากขึ้น จะส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งสุขภาพ และสภาวะจิตใจ
- โรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงมาจากสถานการณ์เลวร้าย
สภาพแวดล้อม หรือประสบการณ์เลวร้ายอาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน
- โรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงมาจากโรคอื่น
การเจ็บป่วยเรื้อรังก็สามารถทำให้เกิดโรคซึมเศร้าตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคสมองเสื่อม เป็นต้น
นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตของผู้ที่มีอาการโรคซึมเศร้ายังค่อนข้างสูง โดยสาเหตุมาจากการใช้สารเสพติดเพื่อลดอาการซึมเศร้า การทำร้ายตัวเอง หรือการฆ่าตัวตาย ฉะนั้นหากพบว่าคนใกล้ชิดที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ควรใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรละเลย และไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ลำพังคนเดียว
โรคซึมเศร้ามีอาการอย่างไร?
การมองโลกในแง่ร้าย การมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ความคิดในแง่ลบถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุอันนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะอาการดังต่อไปนี้
- รู้สึกรำคาญ หงุดหงิดง่าย และโกรธง่าย
- รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ผิดหวัง จมปลักคิดแต่เรื่องที่ตนเองล้มเหลว
- รู้สึกเบื่อหน่าย เฉยชา ไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ ไม่สนุกกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ
- รู้สึกสิ้นหวัง เศร้าหมอง คิดลบตลอดเวลา
- ความอยากอาหารน้อยลง หรือมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
- มีความคิดอยากฆ่าตัวตายบ่อย ๆ อยากทำร้ายตัวเอง
- นอนไม่ค่อยหลับ หรือนอนหลับมากเกินไป
- ไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรม จิตใจเหม่อลอย
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า

ในปัจจุบันสาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้านั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่การเกิดโรคซึมเศร้ามักมีผลกระทบมาจากทางด้านจิตใจจนทำให้สารเคมีในสมองของผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ไม่สมดุลกับสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งสารเคมีเหล่านั้นได้แก่ เซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine : NE) และโดปามี (Dopamine)
นอกจากนี้สาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้ายังสามารถเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้หญิงในระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตร หรือหลังหมดประจำเดือน
โรคซึมเศร้าสามารถรักษาหายไหม?
โรคซึมเศร้ามีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ ผ่านการประเมินอาการโดยแพทย์เพื่อวิเคราะห์วิธีการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการรักษาผ่านการทานยาในปริมาณที่เหมาะสม การรักษาด้วยจิตบำบัด รวมไปถึงการรักษาในวิธีอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับกลุ่มผู้ป่วยซึมเศร้ารุนแรง ในระดับที่ยา และจิตบำบัดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างเช่น การรักษาด้วยไฟฟ้า เป็นต้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาโรคซึมเศร้าคือ กำลังใจจากคนรอบข้าง เพื่อให้ผู้ป่วยผ่านพ้นช่วงเวลาในการรักษาไปได้ด้วยดี
เมื่อเป็นโรคซึมเศร้าควรรับมืออย่างไร?
การรับมือกับโรคซึมเศร้าผู้ป่วยอาจจะรู้สึกรับมือได้ยาก เนื่องจากต้องสู้กับสภาวะทางจิตใจที่ไม่สมดุลของตัวเอง วิธีเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้เมื่อเริ่มรู้ตัวว่ามีอาการซึมเศร้า คือ การทำให้จิตใจสงบ ดูหนัง ฟังเพลง วาดรูป ออกกำลังกาย รวมไปถึงงานอดิเรกใด ๆ ก็ตามที่ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย หายเครียด
สำหรับคนรอบข้างเราควรให้กำลังใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่เสมอ รับฟังด้วยความตั้งใจ ไม่ตัดสินใจแทนและไม่กดดันผู้ป่วย หากเป็นไปได้ควรกระตุ้นอย่างอ่อนโยน ไม่บีบบังคับ เพื่อให้ผู้ป่วยลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เช่น การเล่นกีฬาเบา ๆ เดินเล่น โยคะ ทำงานศิลปะ หรือออกไปนั่งปิกนิกในสวน เป็นต้น
สำหรับกิจกรรมที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควรหลีกเลี่ยงคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีงานวิจัยในต่างประเทศมีผลสรุปว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
วิธีการป้องกันโรคซึมเศร้า
ปัจจุบันวิธีการป้องกันโรคซึมเศร้ายังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด มีเพียงคำแนะนำในเบื้องต้นเพื่อลดโอกาสในการเกิดภาวะซึมเศร้า ดังนี้
- ปรับเปลี่ยนความคิด มองโลกในแง่บวกให้มากขึ้น
- ใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ
- รักและเคารพตัวเอง หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น มองหาข้อดีของตัวเรา
- หากเกิดความเครียดควรพูดคุยปรึกษาหารือกับครอบครัวหรือเพื่อน
สรุปโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกช่วงวัย หากพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะซึมเศร้า จมดิ่งอยู่กับความรู้สึกเลวร้าย ควรปรึกษาคนในครอบครัว คนไว้ที่ใจ หรือปรึกษากับจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาทางออกกับสภาวะซึมเศร้าที่คุณกำลังเผชิญอยู่
หากไม่สะดวกเดินทางไปพบจิตแพทย์ด้วยตนเอง หรือไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรือไม่ แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BeDee คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเศร้าตอนไหนก็คุยได้เสมอ ภายในแอปพลิเคชันยังมีแบบทดสอบเพื่อประเมินตนเอง และสามารถวิดีโอคอลปรึกษาหมอออนไลน์ได้โดยตรง