หยอดยาตาใส่ลูกตาโดยตรงเสี่ยงทำร้ายกระจกตา แพทย์เผยวิธีใช้ที่ถูกต้อง เตือนเปิดใช้เกิน 1 เดือนควรทิ้ง

มีประชาชนบางส่วนมีพฤติกรรมหยอดยาตาโดยเล็งหยดลงไปที่ตาดำโดยตรง เพราะเชื่อว่าจะได้ผลดีที่สุด แต่เภสัชกร หง เจิ้งเซียน ชี้ว่า วิธีดังกล่าวเป็นการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง ไม่เพียงลดประสิทธิภาพของยาเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ดวงตาระคายเคือง และกระตุ้นกระจกตาจนเกิดอาการไม่สบายตาได้

เภสัชกรหง เจิ้งเซียนได้อธิบายผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า การหยอดยาตาลงบนลูกตาโดยตรงอาจกระตุ้นกระจกตา ทำให้เกิดปฏิกิริยากะพริบตาโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ยาถูกชะล้างออกจากดวงตาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งส่วนประกอบบางชนิดที่มีฤทธิ์ระคายเคืองสูงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาได้

วิธีหยอดยาตาที่ถูกต้อง

เภสัชกรหงแนะนำว่า วิธีใช้ยาตาที่ถูกต้องคือ ควรดึงเปลือกตาล่างลงเบา ๆ พร้อมเงยสายตาขึ้น จากนั้นหยดยาลงในบริเวณ “กระพุ้งเปลือกตาล่าง” แล้วจึงค่อย ๆ หลับตา และใช้นิ้วกดบริเวณหัวตาด้านใกล้จมูก เพื่อช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีและลดผลข้างเคียง

ข้อควรระวังในการใช้ยาตา

เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา เภสัชกรหงเน้นย้ำว่า ก่อนหยอดยาตาควรล้างมือให้สะอาด และตรวจสอบฉลากยาบนขวดให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการใช้ยาผิดชนิด ขณะหยอดยา ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ปลายขวดสัมผัสกับขนตาหรือเปลือกตา เพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค

หากจำเป็นต้องใช้ยาตาหลายชนิดพร้อมกัน ควรใช้ตามลำดับที่เหมาะสม ได้แก่

1. ใช้ยาตาชนิดทั่วไปก่อน
2. ตามด้วยยาชนิดสารแขวนลอย (ต้องเขย่าก่อนใช้)
3. ปิดท้ายด้วยยาขี้ผึ้งสำหรับตา

ทั้งนี้ควรเว้นระยะห่างระหว่างยาชนิดต่าง ๆ อย่างน้อย 5 นาที นอกจากนี้ ยาตาไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อข้ามกัน

หลังหยอดยาควรทำอย่างไร

หลังหยอดยาแล้ว ควรหลับตาเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที และใช้นิ้วกดบริเวณท่อน้ำตาที่หัวตาด้านใกล้จมูก วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาหยดไหลผ่านท่อน้ำตาเข้าสู่โพรงจมูก ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกายโดยไม่จำเป็น

ท้ายที่สุด เภสัชกรหงเตือนว่า ยาหยอดตาหลังเปิดใช้แล้ว หากเกิน 1 เดือน แม้จะยังใช้ไม่หมดก็ควรทิ้ง เนื่องจากประสิทธิภาพของยาอาจลดลงและมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเพิ่มขึ้น หากใช้ยาหยอดตาแล้วมีอาการผิดปกติหรือระคายเคือง ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาจักษุแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน