หมอเจด เตือน H. pylori ติดได้แบบไม่รู้ตัว แนะ 5 วิธีลดโอกาสรับเชื้อ ก่อนกระเพาะพัง! ชี้เสี่ยงมะเร็งกระเพาะได้อนาคต เผย อาการแบบไหน อย่าปล่อยไว้
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อ H. pylori โดยระบุว่า H. pylori ติดได้แบบไม่รู้ตัว! 5 วิธีลดโอกาสรับเชื้อก่อนกระเพาะพัง!
ก่อนหน้านี้ผมได้บอกไปว่า ผมตรวจเจอเชื้อ H. pylori คำถามแรกที่ผมถามตัวเอง คือ “ไปติดมาตอนไหนวะ?” กินอะไรเข้าไป ติดจากใคร หรือติดมาตั้งแต่เด็ก ผมเองยังตอบไม่ได้เลยครับ
นี่แหละคือความน่ากลัวของเชื้อตัวนี้ เพราะมันเข้าไปอยู่ในกระเพาะได้นานมาก หลายคนไม่มีอาการด้วยซ้ำ แต่ข้างในกระเพาะอาจอักเสบไปเรื่อย ๆ บางคนกลายเป็นแผล และบางส่วนเสี่ยงมะเร็งกระเพาะในอนาคตได้ครับ
เราป้องกัน H. pylori ได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเส้นทางการติดยังระบุไม่ได้ชัดทุกกรณี แต่เชื่อว่าเชื้อส่งต่อได้ผ่านน้ำลาย อาเจียน อุจจาระ รวมถึงอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน วันนี้ผมเลยไม่ได้จะให้ทุกคนระแวงจนไม่กล้ากินข้าวกับใคร แต่อยากให้ลดพฤติกรรมที่เปิดทางให้เชื้อเข้าปากเราง่ายเกินไปครับ มาดูกันว่าเราจะลดความเสี่ยงยังไงได้บ้าง
1.กินจานกลางได้ แต่ช้อนที่เข้าปากแล้วอย่าเอากลับลงไป กินข้าวกันเป็นครอบครัวไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหาคือช้อนที่เพิ่งเข้าปากเรา แล้ววกกลับไปตักกับข้าวจานกลางต่อ
บางโต๊ะยิ่งสนุกครับ ช้อนเดียวชิมแกง ตักน้ำจิ้ม ป้อนกันต่อ แก้วน้ำก็ผลัดกันดูด
ถ้ามีใครสักคนมีเชื้อโดยไม่รู้ตัว ก็เท่ากับมีการแลกน้ำลายกันทั้งโต๊ะ ใช้ช้อนกลาง แยกแก้วน้ำ และของชิ้นไหนกัดไปแล้วก็ไม่ต้องยื่นต่อให้คนอื่นครับ ไม่ได้เรื่องมากนะ แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริงครับ
2.อย่าเคี้ยวข้าวหรืออมช้อนก่อนป้อนเด็ก ผู้ใหญ่บางคนทำด้วยความเอ็นดูครับ กลัวอาหารร้อนก็ชิมก่อน กลัวเด็กเคี้ยวไม่ได้ก็เคี้ยวให้นิ่ม หรือจุกนมตกก็เอาเข้าปากตัวเองแล้วคืนให้เด็ก แต่อะไรก็ตามที่ออกจากปากผู้ใหญ่แล้วเข้าปากเด็กต่อ น้ำลายก็ไปด้วยครับ
และ H. pylori มักเริ่มติดตั้งแต่วัยเด็กได้ เด็กอาจอยู่กับเชื้อตัวนี้ไปอีกหลายสิบปีโดยไม่รู้เลยว่าเริ่มจากตรงไหน ถ้าอาหารร้อนก็พักให้เย็น ถ้าแข็งก็บดหรือหั่นให้เหมาะกับวัย ไม่ต้องใช้ปากของเราเป็นเครื่องเตรียมอาหารครับ
3.เข้าห้องน้ำแล้วล้างมือจริง ๆ ไม่ใช่แค่แตะน้ำ บางคนล้างมือเร็วมากครับ เปิดน้ำ ลูบสองที สะบัด เรียบร้อย แบบนี้เรียกว่าเปียกมือครับ ยังไม่เรียกว่าล้าง เชื้ออาจปนมากับอุจจาระหรืออาเจียนได้ ถ้ามือล้างไม่สะอาดแล้วไปจับอาหาร หยิบช้อน หรือป้อนข้าวคนอื่น เชื้อก็มีโอกาสเดินทางต่อครับ
ใช้สบู่ถูให้ทั่วทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้ว และปลายนิ้ว โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเช็ดอาเจียน เรื่องพื้นฐานแบบนี้หลายคนข้าม แต่เชื้อไม่ได้ข้ามตามเรานะครับ
4.น้ำแข็ง ผักสด และอาหารที่ไม่แน่ใจเรื่องน้ำ ต้องเลือกให้ดี เชื้อตัวนี้ไม่ได้ติดจากอาหารริมทางทุกมื้อครับ อย่าเพิ่งกลัวจนเลิกกินไปหมด
แต่ถ้าร้านใช้น้ำไม่สะอาด น้ำแข็งไม่รู้แหล่ง ผักสดล้างแบบรีบ ๆ ภาชนะล้างแล้ววางรวมกับของสกปรก โอกาสปนเปื้อนก็เพิ่มขึ้นได้
เปลี่ยนมาเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ น้ำดื่มสะอาด ผักผลไม้ล้างดี และร้านที่ดูแลอุปกรณ์เป็นเรื่องเป็นราว โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องระบบน้ำครับ
5.คนในบ้านตรวจเจอ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องของเขาคนเดียว สมมติสามีตรวจเจอ ภรรยาก็ปวดลิ้นปี่มาหลายเดือน แต่คิดว่า “คงกินกาแฟเยอะ” หรือพ่อแม่เคยเป็นแผลในกระเพาะ ลูกก็แน่นท้องเรื้อรัง แต่ไม่มีใครคิดถึง H. pylori
เชื้อนี้พบอยู่รวมกันในครอบครัวได้ครับ เพราะกินข้าวร่วมกัน อยู่ใกล้กัน และอาจมีพฤติกรรมใช้ของร่วมปากกันมานาน ไม่ได้แปลว่าคนหนึ่งเจอแล้ว ทุกคนต้องไปซื้อยากินเองนะครับ
แต่คนในบ้านที่มีอาการกระเพาะซ้ำ ๆ เคยเป็นแผลในกระเพาะ หรือมีประวัติมะเร็งกระเพาะในครอบครัว ควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ การตรวจส่วนใหญ่ไม่ต้องส่องกล้องครับ มีทั้งการเป่าลมหายใจและตรวจอุจจาระ ส่วนการส่องกล้องจะใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น มีอาการเตือน ต้องดูแผล หรือเก็บชิ้นเนื้อครับ
อาการแบบไหน อย่าปล่อยไว้จนชิน
- ปวดหรือแสบท้องตรงลิ้นปี่ซ้ำ ๆ
- แน่นท้อง อิ่มเร็ว คลื่นไส้ หรือเรอบ่อย
- เคยเป็นแผลในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
- คนในบ้านตรวจพบเชื้อ แล้วเรามีอาการเหมือนกัน
- น้ำหนักลด ซีด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ ให้รีบไปโรงพยาบาล
- รักษาแล้วต้องกลับไปตรวจยืนยันว่าเชื้อหายจริง ไม่ใช่อาการดีขึ้นแล้วคิดว่าจบ เพราะแนวทางแนะนำให้ตรวจยืนยันหลังรักษาครับ
ผมรู้ว่าทำตามได้ยาก แต่ H. pylori เป็นเชื้อที่ต่อให้ระวังมาก เราก็อาจตอบไม่ได้อยู่ดีว่าติดมาจากไหนครับ แต่สิ่งที่ทำได้คือเลิกแลกน้ำลายกันโดยไม่จำเป็น ล้างมือให้จริง เลือกอาหารกับน้ำที่สะอาด และอย่าปล่อยอาการกระเพาะเรื้อรังจนกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะเชื้อนี้ไม่ได้เก่งแค่ทำให้ปวดท้อง แต่มันเก่งเรื่องอยู่เงียบ ๆ จนกระเพาะอักเสบไปนานโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ครับ
ที่มา : หมอเจด