พ่อแม่ร้อง 7 เดือนคดีไม่คืบ ชายจีนถอยรถ ลูกชายขี่จยย.ชนท้ายเสียชีวิต ผู้การฯชลบุรี เผยออกหมายจับแล้ว แต่ผู้ต้องหาไม่อยู่บ้าน เร่งประสานออกหมายแดง

17 ก.ย. 2569 จากรายการโหนกระแส กรณีคุณพ่อคุณแม่ร้องขอความช่วยเหลือกับ ‘จ่าคิงส์ แตงทิม’ ให้ช่วยติดตามคดีของลูกชาย ชื่อน้องทอมมี่ ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่เหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 7 เดือน แต่คู่กรณียังไม่ถูกจับ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. เวลาประมาณ 20.30 น. ชายชาวจีนขับรถกระบะถอยข้ามเลน เพื่อจะกลับรถในจุดที่ไม่สามารถกลับได้ โดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือให้สัญญาณใดๆ ทำให้น้องทอมมี่ขี่จยย.ชนท้ายรถกระบะอย่างรุนแรง

หลังเกิดเหตุชายชาวจีนลงมาจากรถ แต่ไม่ได้ลงมาช่วยเหลือน้องทอมมี่ที่นอนบาดเจ็บหนักและมีอาการชักอยู่ตรงปลายเท้า ก่อนอาศัยช่วงชุลมุนที่พลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือน้องทอมมี่ แอบเดินหนีกลับบ้านพักซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 30 เมตร ก่อนมีคนมารับออกไปจากบ้าน

กว่าน้องทอมมี่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล กินระยะเวลานานถึง 40 นาที ก่อนได้เข้ารับการรักษาในห้อง ICU เป็นเวลา 6 วัน ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 27 ก.พ.

ครอบครัวคาใจการทำงานของตำรวจ สภ. หนองปรือ จ. ชลบุรี เพราะตั้งแต่คืนเกิดเหตุ มีป้อมตำรวจอยู่ห่างไปเพียง 5 นาที แต่กลับไม่มีตำรวจมาตรวจจุดเกิดเหตุเลย คุณป้าของน้องทอมมี่ไปแจ้งความในบ่ายวันรุ่งขึ้น พบว่าตำรวจก็ยังไม่ทราบเหตุ

คุณพ่อคุณแม่จึงดำเนินการติดตามเรื่อง โดยหาข้อมูลและหลักฐานเองทุกอย่าง นำไปมอบให้ตำรวจ กระทั่งศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติออกหมายจับชายชาวจีนผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. แต่จนถึงวันนี้กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่รู้พิกัดที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน

ทางรายการโหนกระแสติดต่อหา ผกก.สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งว่าไม่สะดวก และติดต่อรอง ผกก. ก็ได้รับแจ้งว่าไม่สะดวก

สุดท้ายได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ชี้แจงว่า ตำรวจดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน และออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งทำหนังสือแจ้งไปยังสนามบินและด่านพรมแดนชายแดนทั้งหมดทั่วประเทศ หากผู้ต้องหามีการเคลื่อนไหวหรือพยายามเดินทางออกนอกประเทศ ระบบจะแจ้งเตือนและโดนจับกุมทันที

“ยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งคดี ตั้งแต่เกิดเหตุ พล.ต.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้กำชับคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ โดย กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกับสืบสวนภาค 2 ได้ติดตามสืบหาตัวอย่างต่อเนื่อง และนำหมายไปตรวจค้นที่บ้านพักแล้ว แต่พบว่าผู้ต้องหาไม่ได้กลับมาอยู่อาศัยที่บ้านเลยตั้งแต่คืนเกิดเหตุ”

พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า จากการเช็กระบบ ตม. ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ผลการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีรายงานว่าผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศ หากผู้ต้องหาใช้พาสปอร์ตผ่านด่านพรมแดนหรือสนามบิน ข้อมูลจะเด้งเตือนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ทันที

นอกจากนี้ยังมีการประสาน Interpol ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจเช็กเอกสารประสานงาน เพื่อให้มีการออกหมายแดงไว้ เผื่อผู้ต้องหาเดินทางกลับประเทศเกิดหรือไปปรากฏตัวที่ประเทศอื่น จะได้ติดตามจับกุมตัวส่งกลับมาดำเนินคดีในไทยได้ ส่วนหมายจับของไทยนั้นมีผลสากลทั่วประเทศ หากยังอยู่ในเมืองไทย ตำรวจทุกพื้นที่สามารถจับกุมได้ทันที

พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ กล่าวต่อว่า กรณีเบาะแสการปรากฏตัวให้อาหารสุนัขหน้าบ้าน ผู้การฯ ระบุว่าหากพบเห็นหรือมีข้อมูลเบาะแสจริง สามารถแจ้งตรงได้ทันที ยืนยันว่าตำรวจพร้อมเข้าจับกุม

พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการทำงานของ สภ.หนองปรือ ในคืนเกิดเหตุ รายละเอียดเชิงลึกในระดับสถานี อยากให้ทาง สภ.หนองปรือ เป็นผู้ตอบเอง เพราะหากตนตอบไปแล้วข้อมูลไม่ตรง อาจเกิดความเสียหายทั้งต่อตำรวจและต่อผู้เสียหายได้ แต่ยืนยันว่าในภาพรวมขั้นตอนทางกฎหมาย ตำรวจทำถูกต้องครบถ้วนแล้ว

เมื่อถามว่าต้องใช้เวลาเท่าไรในการติดตามจับ หรือมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะจับได้ ผู้การฯ ชลบุรี ปฏิเสธที่จะคาดเดาเวลาหรือระบุความสำเร็จเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยกล่าวว่า การจับคนร้ายไม่ใช่การคำนวณทางคณิตศาสตร์ แต่ขอให้ประชาชนและครอบครัวมั่นใจว่า ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน