ทนายดรีมทีม เล่าเหตุการณ์วันไปศาล เจอนุชมั่วบ้านงาน รับไม่มีใครเอะใจ ชี้ขอโทษแต่สายเกินไป พฤติกรรมชัดเจน

วันที่ 21 ก.ย.69 ที่อาคารมาลีนนท์ นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือ ทนายตุ๋ย พร้อมกับ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ ทนายกุ้ง และ นายไพศาล เรืองฤทธิ์ หรือ ทนายเอ๋ ให้สัมภาษณ์สื่อ หลังจบรายการโหนกระแส กรณี นุชมั่วบ้านงาน ว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 ที่ศาลแพ่งใต้ ที่ผ่านมา ทนายตุ๋ยก็คิดว่าเป็นลูกน้องของทนายแก้ว เพราะนั่งอยู่กับลูกน้องของทนายแก้ว ในห้องพิจารณาคดี

ส่วนทนายแก้ว คิดว่าเป็นลูกน้องของทนายเอ๋และเข้าใจว่าเป็นทนายคนหนึ่ง ส่วนทนายเอ๋ก็เข้าใจว่าเขาเป็นลูกน้องของทนายตุ๋ยเพราะ เขานั่งข้างลูกน้องทนายตุ๋ยตลอด ส่วนทนายกุ้งก็คิดว่ารู้จักทนายเอ๋ เพราะเห็นรู้จักกับภรรยากับทนายเอ๋ และตนเองก็เคยเจอเขา แล้วเขาแนะนำว่ารู้จักกับคนในวงการบันเทิงที่ตนรู้จักจึงจึงไม่ได้เอะใจอะไร ทนายทุกคน ยอมรับว่า ไม่มีใครเอะใจจริงๆ จนถึงช่วงสัมภาษณ์

พร้อมตั้งคำถามว่าหรือจริงๆแล้วเริ่มต้นมาจาก ทนายเอ๋ ที่มีการพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนม (แซวกันเล่น) ด้านทนายเอ๋ก็ยอมรับว่าตนเองเฟรนด์ลี่ ให้เขาตั้งชื่อว่าสุดหล่อ แต่เขาดันตั้งว่า สุดหล่อตีหม้อ

ทนายทุกคน ยอมรับว่าเมื่อรู้เรื่องก็ช็อก เพราะในระหว่างที่สัมภาษณ์หรือว่าตอนที่พี่หนุ่มให้สัมภาษณ์เนี่ย จะเห็นว่าเขาคอยพูดด้วย หรือทำเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ทีมด้วย ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่คุกคามเพราะเขามีการเดินตามตลอด พร้อมเชื่อว่าเขาตั้งใจทำแบบนั้น

ส่วนกรณีคลิปเสียงในรายการโหนกระแสที่คุณอี้ แทนคุณคุยกับ คุณนุช จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า คุณลูกหมีเป็นคนชวนหรือไม่ ทนายตุ๋ยตอบว่า จากความเห็นส่วนตัวมองว่าไม่จริง เพราะเชื่อว่ารู้จากภาพข่าวว่าจะมีการพิจารณาคดี หรือการไปค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของศาลก็ไม่ได้ยาก

ด้านทนายกุ้ง บอกว่า ส่วนตัวมองว่า เขาอาจจะได้ยิน เพราะว่า ตอนที่อยู่รวมกันทุกคนก็ตะโกนถามกันว่าบัลลังก์อะไร พร้อมยืนยันว่าคุณลูกหมีไม่ได้เป็นคนชวน เพราะลูกหมูอยู่กับตนมาตลอด

ทนายเอ๋ บอกว่า ขอฝากเตือนสติเลยไว้ว่า พฤติกรรมแบบนี้อันตราย เพราะถือว่าเขาอยากเป็นมิตรกับเรา แต่เขาเป็นมิตรแบบไหนหละ ก็ไปดูเอาแล้วกัน

ส่วนเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลหรือรายละเอียดในคดีจะหลุดหรือไม่ ทนายตุ๋ยบอกว่า ส่วนตัวกังวลเล็กน้อย เพราะส่วนตัวไม่รู้ว่าเขาไปคุยอะไรกับใครบ้าง และมีข้อเท็จจริงบางเรื่องที่อีกฝ่ายไม่รู้ที่เขาได้ยินมามากน้อยแค่ไหน และจากที่เรามีการวางแผนคดีกัน ตนก็เลยไม่รู้ว่ามันจะออกมามุมไหน แต่ส่วนตัวไม่ได้กลัว เพราะไม่ได้เป็นประโยชน์อะไร แต่กลัวเขาจะเอาไปพูดเป็นอย่างอื่นมากกว่า

ส่วนเรื่องที่เขาเป็นหนี้คนอื่น 5 ล้านบาทนั้น ทนายเองก็พร้อมจะช่วยเหลือฝ่ายผู้เสียหาย และมองว่า สามารถโอนสิทธิเรียกร้อง ตามกฎหมายได้

สำหรับนุช ที่มีการขอโทษในรายการ นั้น ทนายมองว่า เป็นการขอโทษเพื่อจะเอาตัวรอด แต่มันสายเกินไปแล้ว เพราะพฤติกรรมมันแสดงให้เห็นว่าคุณต้องการที่จะเข้ามาถ่ายรูป แล้วนำรูปตรงนั้นมาแสดงให้เห็นถึงความ ความโชว์เหนือ หรือเพื่อไปหลอก หรือคุยกับคนอื่น เพื่อให้ได้ผลประโยชน์

มองว่า ผิดตั้งแต่กระดุมเม็ดแรกแล้ว แต่อีกมุมนึงก็มองว่าดีที่เขาขอโทษ ตนไม่รู้เขาสำนึกไม่สำนึกหรอก ตนเป็นนักกฎหมาย แสดงว่าขอโทษต่อหน้ารายการสาธารณชนเท่ากับว่าเขารับผิดนะ และคำขอโทษนี้ใช้เป็นคดีได้ด้วย จากการกระทำทั้งหมดของเขา ส่วนตัวมองว่า ความซวยของเขาแหละ ยืนถ่ายคู่กับใครไม่ยืนถ่าย ดันไปยืนข้างพี่หนุ่ม ทนายแก้ว กล่าว

การที่พี่หนุ่มนำเรื่องนี้มาเปิด มองว่า เป็นเรื่องดีที่ทำให้คนที่พยายามจะทำตัวเป็นมิตรได้ถูกกระชากหน้ากากออกมา ว่าสิ่งที่เขาทำแบบนี้ ไม่ถูกต้อง อย่างที่เขาว่า ถ้าไม่ขาวจริงอย่ามานั่งในโหนกระแส หรืออย่ามาเปิดตัวใกล้ๆ กับพี่หนุ่มอะไร เพราะของเขาแรงจริง

สุดท้ายนี้ ทนายบอกว่า การถ่ายรูปกับบุคคลสาธารณะไม่ผิดเพราะเป็นสิทธิ์โดยเสรี แต่ก็ต้องดูเจตนาอีกครั้งว่าทำให้เสียหายหรือไม่ และการที่คุณนำรูปไปแอบอ้างว่ารู้จักหรือสนิทตรงนี้มันเกินไป และอยากจะให้บุคคลใดก็ตามที่เห็นรูปที่เขาถ่ายกับใครก็ตามให้ระมัดระวัง หรือเอะใจว่า สนิทสนมกันจริงหรือไม่ อย่างกรณีเจ้าสัว ธนินท์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน