พม่าส่งกลับ “หมอสุพัฒน์” รับโทษคดีฆ่าในไทย คุมตัวข้ามด่านตม. ตาก ท่ามกลางการดูแลอย่างเข้มงวด ก่อนหิ้วขึ้นเครื่องบินมาดำเนินคดีฆ่าลูกจ้างชาวเมียนมาหมกไร่ที่เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2555 แล้วหลบหนีคดีในชั้นศาล ก่อนมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต สุดท้ายตามล็อกตัวได้ที่ชายแดนไทย- เมียนมา พร้อมเงินสดซุกในรถจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ร.ต.อ.อูหล่าเมียะ นายตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยตำรวจประเทศเมียนมากว่า 20 นาย ควบคุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุกรรมแพทย์ ร.พ.ตำรวจ ผู้ต้องหาหลบหนีคำพิพากษาประหารชีวิตของศาลจังหวัดเพชรบุรี ในฐานความผิดร่วมกันฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เดินทางมาจากจังหวัดเมาะลำไย ประเทศเมียนมา ข้ามชายแดนที่ด่านพรมแดนถาวรจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา มาส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้ตำรวจตม.ตาก ที่ด่านพรมแดนถาวรแม่สอด กลางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา โดยมีพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (สบ10) เดินทางมารับมอบตัวผู้ต้องหา
หลังจากการส่งมอบตัวผู้ต้องหา ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ บก.ภ.จว.ตาก ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจสุขภาพ ผลการตรวจสุขภาพพบว่าพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มีสุขภาพดีและมีสีหน้าที่ปกติ หลังต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองที่ประเทศเมียนมา นานกว่า 6 เดือน
ต่อมาตำรวจรีบคุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ขึ้นรถตู้พร้อมทีมรักษาความปลอดภัยติดอาวุธครบมือ เดินทางจากด่านพรมแดนถาวรแม่สอด ก่อนนำตัวขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จอดรอรับ ที่ท่าอากาศยานแม่สอด โดยมีการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง เพื่อคุมตัวไปส่งบก.ภ.จว.เพชรบุรี
สำหรับบรรยากาศการส่งมอบตัวพ.ต.อ. นพ.สุพัฒน์ ที่ด่านพรมแดนแม่สอด ได้รับความสนใจทั้งคนไทยและชาวเมียนมา ต่างมารุมล้อมบันทึกภาพและรอการส่งมอบตัวผู้ต้องหาจนแน่นด่านพรมแดนถาวรแม่สอด ทำให้ตำรวจต้องสั่งปิดด่านพรมแดนเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาความปลอดภัย
จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่บก.ภ.จว.เพชรบุรี พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์นำกำลังเจ้าหน้าที่คุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์มาแถลงข่าว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์เผยว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ไปรับตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ กลับมาดำเนินคดีในไทย หลังหลบหนีคดีไปประเทศเมียนมา ขณะที่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าลูกจ้างชาวเมียนมาและอ้างโดนใส่ร้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไปคุมขังที่สภ.เมืองเพชรบุรี จากนั้นในวันที่ 26 พ.ค. จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีต่อไป
สำหรับคดีของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2555 เมื่อนายสว่าง หรือค่อม นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สับปะรดใน จ.เพชรบุรี และน.ส.วิมล นุ่มจุ้ย บุตรสาว แจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี ว่าพบรถกระบะของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ลูกชายและลูกสะใภ้ที่หายไป 3 ปีอยู่ที่บ้านร้าง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ใน จ.นนทบุรี โดยเชื่อว่าถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าค้นบ้านพักในไร่ของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และคลินิกในกรุงเทพฯ พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก
นอกจากนี้การสืบสวนยังพบมีแรงงานชาวเมียนมาที่อยู่ในการดูแลของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ โดนทารุณและสังหาร ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนายอีต้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจค้นในไร่ เจอ 3 โครงกระดูกฝังอยู่ เมื่อเทียบดีเอ็นเอตรงกับ นายอีต้า จึงนำมาสู่การจับกุมพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ได้ที่หาดปึกเตียน อ.ท่ายาง ก่อนเอาผิด 3 ข้อหาคือ ค้ามนุษย์ ลักทรัพย์และฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังอำพรางศพ จากนั้นควบคุมไว้ที่เรือนจำกลางเพชรบุรีและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
ต่อมาศาลจังหวัดเพชรบุรีนัดพิจารณาคดีฆ่าผู้อื่น แต่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ไม่มาศาล ทำให้ศาลออกหมายจับและนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 1 พ.ค.2558 ซึ่งพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ก็ยังไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงเห็นว่ามีพฤติกรรมหลบหนี ก่อนอ่านคำพิพากษาลับหลัง โดยพิพากษาประหารชีวิตพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ส่วนลูกชาย 2 คน สั่งจำคุก 25 ปี 3 เดือน กระทั่งในเดือนธ.ค.2559 ตำรวจเมียนมาจับกุมพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้บริเวณชายแดน จ.ตาก พร้อมเงินสดจำนวนมากซุกท้ายรถเก๋ง ก่อนถูกเอาผิดฐานหลบหนีเข้าเมืองและส่งตัวมาดำเนินคดีในไทย