นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียที่ออกมาระบุว่ากรมสรรพากรต่างประเทศที่ผู้ซื้อสินค้าไทยได้เดินทางไปซื้อและทำเรื่องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ก่อนบินกลับประเทศไทย จะส่งรายงานข้อมูลการซื้อสินค้าให้แก่กรมสรรพากรไทยเพื่อดำเนินการตรวจสอบภาษีย้อนหลังนั้น ว่า ขณะนี้ได้มีการเรียกผู้เข้าข่ายต้องเสียภาษีเพิ่มมาดำเนินการให้ถูกต้องแล้ว 2-3 ราย และยืนยันว่าการดำเนินงานในส่วนดังกล่าวมีการปฏิบัติมาหลายเดือนแล้ว

 

ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากความร่วมมือทางด้านข้อมูลภาษีระหว่างไทยกับต่างประเทศตามสนธิสัญญาภาษีซ้อนที่กรมสรรพากรไทยลงนามเอาไว้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประมาณ 60 ประเทศ อาทิ ยุโรป สหรัฐ อินเดีย สิงคโปร์ เป็นต้น โดยบุคคลที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีซื้อสินค้าราคาแพงในต่างประเทศ มีกรณีเดียวคือ ซื้อสินค้าที่มีราคาแพงเกินกว่ารายได้ที่เสียภาษีให้แก่กรมสรรพากร เช่น มีรายได้ปีละ 5 แสนบาท แต่ซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคา 7 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท ก็ถือว่ามีความร่ำรวยผิดปกติ

 

“กรมจะดำเนินการในรายที่กรมสรรพากรต่างประเทศส่งข้อมูลมาให้และพบความผิดปกติ โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับรายได้ที่ใช้คำนวนเพื่อเสียภาษี”

 

ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะดำเนินการเรียกผู้ที่เข้าข่ายเสียภาษีเพิ่ม มาชี้แจงอีกหลายราย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา นำหลักฐานมาแสดงถึงแหล่งที่มาของรายได้ และมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนกรณีที่ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ได้ ก็จะถูกเก็บภาษีย้อนหลังจากการยื่นภาษีไม่ครบถ้วนและถูกเปรียบเทียบปรับ 2 เท่าของภาษีที่ขาดหายไปและเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เสียภาษี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน