ผบ.ทบ.สั่งปิดฉาก เลิกใช้แล้วเรือเหาะกองทัพบกใช้ตรวจการณ์ 3 จังหวัดใต้ราคา 350 ล้าน ซื้อมา 8 ปีกลายเป็นเรือเหี่ยวใช้การได้ไม่เต็มที่ สั่งปลดประจำการ พร้อมรื้ออุปกรณ์อื่นๆ ไปปรับใช้กับอากาศยาน ส่วนรถลากอาจขายทอดตลาด ด้านบิ๊กป๊อกอ้างพ้นตำแหน่งมา 7 ปีแล้วโยนผบ.ทบ.แจง ขณะที่บิ๊กตู่อ้างไม่พูดเรื่องอดีต วางระเบิดอีก 3 จุดที่ยะลา ลวงทหารพราน-หน่วยอีโอดีตรวจสอบ ลอบกดระเบิดซ้ำตาย 2 เจ็บ 23 ราย ผบก.-รองผบก.ยะลาเจ็บด้วยเล็กน้อย ชาวบ้าน-สื่อโดนลูกหลงไปด้วย เผยผูกระเบิดแสวงเครื่องมัดไว้กับโคนเสาไฟฟ้าบอมบ์สนั่นขาดเป็นท่อนก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบ เจอดักถล่มยับจนตาย-เจ็บระนาว
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.ปิยะพงศ์ ขำเนตร รอง สว.สอบสวน สภ.กาบัง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ลักลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ที่บ้านลาเตาะ บ้านย่อยบ้านลาแล ม.5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.กาบัง นายมนูญ พรหมน้อย นายอำเภอกาบัง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง
ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าแรงสูงในป่าไผ่ รกริมถนน มีร่องรอยถูกระเบิด ขาดท่อน ยืนต้นอยู่ จำนวน 1 ต้น เสียหายใช้การไม่ได้ ที่บริเวณรอบๆ โคนเสามีเศษดิน สะเก็ดระเบิดและชิ้นส่วนการประกอบระเบิด กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ไม่พบรอยเลือดหรือผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อประมาณ 01.30 น.ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น 1 ครั้ง แต่เนื่องจากเป็นเวลาดึกจึงไม่มีใครกล้าออกไปดู และในเวลา 07.00 น.จึงช่วยกันไปตรวจสอบที่มาของต้นเสียงที่เกิดขึ้น พบว่าเสาไฟฟ้าถูกระเบิดขาดท่อนไป 1 เสา จึงได้แจ้ง จนท.ตำรวจให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
ต่อมาเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัย ถูกวางไว้บนหัวสะพาน ทางหลวงหมายเลข 4070 ยะหา-กาบัง รอยต่อบ้าน อาเส็น หมู่ที่ 6 กับบ้านปาแดรู หมู่ที่ 1 ต.กาตอง อ.ยะหา จนท.ต้องปิดการสัญจรบนสะพานที่เกิดเหตุ ทำให้รถที่จะสัญจรผ่านไปยัง อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ต้องเป็นอัมพาตเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยได้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการตรวจสอบ ในเวลา 09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ลูก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 47 ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย หลังเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดทหาร และชุดเก็บกู้ศรศึก-ศรชัย บก.ภ.จว.ยะลา เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเกิดระเบิดอีกลูก จนเป็นเหตุให้ชุดอีโอดีได้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 8 นาย กำลังที่เหลือได้ช่วยกันนำส่งร.พ.สมเด็จพระยุพราชยะลา และส่งต่อมายังร.พ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมา
ที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก ร่วมกันแถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.เวลา 07.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ริมถนนบ้านลาเตาะ บ้านย่อยบ้านลาแล หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายจำนวน 14 ต้น
ต่อมาชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 47 ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีชุดปฏิบัติการทำลายวัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอีโอดีบก.ภ.ยะลา กว่า 50 นาย จะเดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าที่บ้านลาเตาะ บ้านย่อยบ้านลาแล หมู่ที่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง เมื่อมาถึงบริเวณเขตรอยต่อบ้านปาแดรู หมู่ที่ 1 กับ บ้านอาเส็น หมู่ที่ 6 ต.กาตอง อ.ยะหา พบวัตถุต้องสงสัยวางไว้ที่หัวสะพาน จึงได้กันพื้นที่และปิดการสัญจรชั่วคราว มีทหารพราน ฉก.ทพ.47 เข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าเกิดระเบิดขึ้นลูกแรก เป็นเหตุให้ ส.ต.ธเนตร พุทโธ เสียชีวิต อส.ทพ.อาวุธ อุปพงษ์ อส.ทพ.รัฐพล ชุมพล อส.ทพ.สงพงศ์ เดชอารี อส.ทพ.รัฐพล แก้วเกตุ สังกัด ฉก.ทพ.47 บาดเจ็บแต่ไม่สาหัส
เมื่อเกิดเหตุระเบิดลูกแรก จนท.ชุดเก็บกู้ระเบิดศรศึก-ศรชัย ภ.จว.ยะลา และชุดอโณทัย ฉก.ยะลา จะเข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าได้เกิดระเบิดอีกลูกหนึ่ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย จ.ส.ต.สุวัฒน์ หมั่นสดับ อายุ 36 ปี ด.ต.วริชาติ บึงรักษา อายุ 40 ปี จ.ส.ต.พงศกร คำแสนโต อายุ 40 ปี จ.ส.ต.สมเกียรติ์ คชพันธ์ อายุ 34 ปี ส.ต.อ.เอกชัย สมอคำ อายุ 38 ปี ร.ต.อ.อนุสร สีแก้วเขียว อายุ 48 ปี ส.ต.ต.อัฏฮา สาแม อายุ 25 ปี จ.ส.ต.กิตติศักดิ์ แก้วมี อายุ 36 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัส
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปด้วย ประกอบด้วย น.ส.ฮาบีบ๊ะห์ มะอีซอ อายุ 23 ปี น.ส.ฟารีด๊ะ มะอีซอ อายุ 19 ปี นายบูดีมัน สาเฮาะ อายุ 29 ปี ผู้ช่วย ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ประจำจังหวัดยะลา และนายมาวันดี รามันห์สิริวงศ์ ผู้ช่วยผู้สื่อข่าวฉบับหนึ่งมีอาการหูอื้อ จ.ส.อ.อนุรุต จันทวงศ์ อายุ 30 ปี ร.ต.ประยงค์ อันเท่ต์ อายุ 35 ปี จ.ส.อ.อำนาจ ผลวิจิตร จ.ส.อ.ภาสพันธ์ การะภาพ อายุ 30 ปี ส.อ.สุริยัน สงสุข จ.ส.อ.อำนาจ ผลวิจิตร อายุ 50 ปี ชุดอีโอดีอโณทัย ฉก.ยะลา ต่อมา จ.ส.อ.อนุรุต จันทวงศ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างรับการรักษาตัว รวมเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2 นาย
ระหว่างเกิดเหตุ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้ว จันดี ผบก.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวัฒน์ วงศ์ไพบูลย์ รอง ผบก.ยะลา พร้อมกำลังทหาร ตำรวจ อยู่ในที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไปด้วย สรุปผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้เป็น จนท.ทหารพราน สังกัด ฉก.ทพ.47 เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ทหารชุดอีโอดีอโณทัย ฉก.ยะลา เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 6 นาย ตำรวจชุดอีโอดีจำนวน 8 นาย ผู้สื่อข่าวจำนวน 2 คน ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ 2 นาย คือ พล.ต.ต.กฤษฎา และพ.ต.อ.สุวัฒน์ รวมเป็น 23 ราย
ด้านพล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยา ศาสตร์ ตลอดจนรวบรวมงานด้านการข่าว เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ และสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการเชิงลึก เพื่อติดตาม ผู้กระทำผิดมาลงโทษ และสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ดูแล ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและสมศักดิ์ศรีของชายชาติทหารที่ได้เสียสละแม้ชีวิต เพื่อความสงบสุขของพื้นที่และของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องสิทธิของกำลังพลของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกนายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมถึงดูแลครอบครัวของผู้สูญเสีย ตามสิทธิที่ได้รับตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่
ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีมีการนำประเด็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรือเหาะที่ประจำการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยังไม่ทราบ แต่ตัวเรือเหาะซึ่งเป็นบอลลูนครบอายุการใช้งานแล้ว เพราะเป็นผืนผ้าหมด การจะให้คนขึ้นไปอยู่บนนั้นเสี่ยงอันตราย จึงให้ระงับการใช้งานไว้ก่อน แต่กล้องตรวจการณ์ยังใช้งานได้ ดังนั้น จะต้องปรับรูปแบบการใช้งาน อาจนำไปติดอากาศยาน เพราะมีราคาแพง และถือเป็นหัวใจของกระบวนการค้นหา นำไปประยุกต์ใช้กับอากาศยาน ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่าถือเป็นการปิดฉากการใช้เรือเหาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช่หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ใช่ ส่วนรถลากเรือเหาะที่มีข่าวว่าจะนำไปประมูลขายทอดตลาดนั้นอยู่ในขั้นตอนที่กรมขนส่งทหารบกดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานจะเกิดความเสียหาย ต่อข้อถามว่าจะเรียกว่าเรือเหี่ยวได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ใช้ได้ สมัยที่ตนลงไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2554 เรือเหาะตรวจการณ์ก็ใช้งานได้อยู่
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาด ไทย อดีตผบ.ทบ. กล่าวปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว บอกเพียงว่าไม่ทราบ ออกมา 7 ปีแล้ว พร้อมกับให้ไปถามผบ.ทบ.
ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า สัปดาห์นี้มีเรื่องสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) และยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนเรื่องอดีตยังไม่ต้องมาพูดถึง ขอบคุณและสวัสดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องการปลดประจำการของเรือเหาะตรวจการณ์ เพราะหมดอายุการใช้งาน แต่นายกฯ ปฏิเสธที่ตอบคำถามดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทบ.ซื้อเรือเหาะและระบบตรวจการณ์ในราคา 350 ล้านบาท เป็นตัวเรือเหาะ 260 ล้านบาท กล้องตรวจการณ์และระบบภาคพื้น รถต่างๆ 70 ล้านบาท เข้าประจำการเมื่อปี 2552 สมัยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผบ.ทบ. ต่อมาเกิดปัญหารั่ว และต้องเติมก๊าซฮีเลียมที่มีราคาแพงจนต้องจอดเก็บในโรงจอด ที่กองพลทหารราบที่ 15 (พล ร.15) อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนในยุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผบ.ทบ. ได้จ้างบริษัทมาดูแลรักษาซ่อมบำรุงปีละ 50 ล้านบาท และนำออกมาบินตรวจการณ์บ้าง แต่ถูกวิจารณ์ว่าบินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด และต้องจอดเก็บไว้จนหมดอายุประจำการดังกล่าว
ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากกรณีที่คนร้ายลอบวางระเบิดและจุดชนวนระเบิด เพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บอื่นๆ อีกรวม 27 คน โดยนายกฯ กำชับไปยังฝ่ายความมั่นคงและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่หาข่าว เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อติดตามไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และสั่งการให้ต้นสังกัดช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บตามระเบียบทางราชการอย่างเต็มที่
“นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มดีขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อว่าการกระทำของคนร้ายในครั้งนี้มุ่งหวังผลสร้างสถานการณ์ก่อกวน โดยขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ใช้ชีวิตตามปกติ และให้ความร่วมมือหรือแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งร่วมกันประณามการกระทำอันเลวร้าย เพื่อกดดันไม่ให้คนร้ายก่อเหตุเช่นนี้อีก” พล.ท.สรรเสริญระบุ